• TOKYO
  • YAMAGUCHI

ACT & RELAX

ประสบการณ์ที่ต้องการสัมผัสสักครั้งหนึ่ง หลังจากที่ความหวังที่จะแปลงกายเป็นซามูไรสมหวังดังใจแล้ว ไปเยี่ยมชมเมืองอิวะคุนิและฮะหงิที่มีประวัติศาสตร์ของจังหวัดยามากุจิ ไปผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่ยุดะออนเซ็นที่มีชื่อเสียงด้านการมีน้ำพุร้อนที่ทำให้ผิวสวย

Official Tokyo Travel Guide
http://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
http://www.visit-jy.com/th/

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : September 2016 Victoria Brewood
    ที่อยู่อาศัย:สหราชอาณาจักร
  • Traveled : September 2016 Lily Crossley-Baxter
    ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
    สถานที่เกิด:สหราชอาณาจักร

ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์

ANA212 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • Victoria Brewood

    <เที่ยวบิน>
    เครื่องANAจากลอนดอนมาโตเกียวนั้นแสนสบาย พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็ใจดีมาก นั่งในชั้นประหยัดตกแต่งได้อย่างทันสมัย ทุกที่นั่งมีช่องเสียบสายพอร์ทUSBสำหรับชาร์จสมาร์ทโฟน และเพลิดเพลินไปกับWifi (มีค่าใช้จ่าย) ได้
    ที่นั่งมีที่วางขา และพนักเอนหลังได้อย่าพอเพียง ทำให้หลับบนเครื่องได้อย่างงสบาย

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียวmore

เป็นประตูเข้าออกทางอากาศของโตเกียว ภายในอาคารผู้โดยสารเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์มากมาย สามารถชมทิวทัศน์ของอ่าวโตเกียวได้จากจุดชมวิวบนดาดฟ้า ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้โดยสารที่จะเดินทางก็สามารถเพลิดเพลินได้

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

SAMURAI TRAINING TOKYOmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

"มาเพลิดเพลินกับประสบการณ์การเป็นซามูไรที่แท้จริงกันเถอะ!"
ยูเมะโนะยะ เป็นที่ที่สามารถสัมผัสกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ผลิตการเต้นรำญี่ปุ่นแบบสร้างสรรสไตล์ทาคะฟุจิ ที่มีประวัติศาสตร์มากว่า 80 ปี เนื้อหาหลักคือประสบการณ์ซามูไร
ประสบการณ์ซามูไร เป็นบริการเพียงอย่างเดียวของแหล่งท่องเที่ยวของอะซะคุสะ
เปลี่ยนเป็นชุดสไตล์ฮะกามะ หลังจากที่เรียนรู้พื้นฐานของรูปแบบและท่าทางของการฟันดาบแล้ว จะทำการต่อสู้จริง ท้ายสุดจะได้รับใบรับรองจากโรงเรียน
ซึ่งจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 60 นาทีจึงสามารถเข้าร่วมได้อย่างสบายๆ

  • Victoria Brewood

    <ซามูไรเทรนนิ่ง>
    สนุกมากๆ กับซามูไรเทรนนิ่ง แนะนำอย่างยิ่งแก่ครอบครัวที่พาลูกๆไปด้วย
    ครูของพวกเราเป็นคนสนุกสนาน สอนพวกเราว่าจะจับดาบซามูไรอย่างไรดี แล้วก็สอนพื้นฐานการเคลื่อนไหว แน่นอนว่าพวกเราไม่ได้ใช้ดาบจริง (หากใช้ดาบจริงละก็คงได้รับบาดเจ็บไปแล้วล่ะ!) แต่เป็นดาบไม้สำหรับเทรนนิ่ง
    พวกเราทำเป็นว่าได้ฆ่าฟันกัน แล้วก็ทำท่า Chiburi (สลัดเลือดออกจากดาบ) ราวกับว่าได้อยู่ในฉากละครแนวดราม่ายังไงยังงั้นเลย

  • Lily Crossley-Baxter

    <ซามูไรเทรนนิ่ง>
    ซามูไรเทรนนิ่งมีความสนุกสนาน สำหรับครอบครัวที่มีเด็กด้วยแล้วเป็นกิจกรรมที่ดียิ่ง
    การอธิบายนั้นง่ายๆ และมีการสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่าง สามารถที่จะเลียนแบบและทำตามอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่น
    เราจะได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวแบบซามูไรและลองปฏิบัติตาม และยังได้ทัศนศึกษาดูดาบซามูไรแบบญี่ปุ่นอีกหลากหลายชนิดอีกด้วย

เดิน
3นาที

รถลากเอะบิสึยะmore

"รถลากเอะบิสึยะ" เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่นในตอนนี้
คนลากสไตล์นินจาแบบคูล จะทำให้การเดินทางของท่านมีชีวิตชีวาขี้นด้วยการนั่งรถลากที่สบายที่สุดและการแนะนำที่เป็นเอกลักษณ์อย่างสดชื่นร่าเริง แน่นอนว่าจะต้องพาไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมหลัก, สถานที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักที่ไปโดยรถบัสหรือแท๊กซี่ไม่ได้,
แนะนำตรอกเล็กซอยน้อยที่มีความเป็นอะซะคุสะจริงๆ เมืองของเกอิชา , วัดที่เก่าแก่ที่สุดของโตเกียว, ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารท้องถิ่นที่ไม่มีในหนังสือคู่มือท่องเที่ยว ฯลฯ… ระหว่างทาง จะถ่ายรูปตอนที่นั่งอยู่บนรถลากให้ตรงจุดและองค์ประกอบที่สต๊าฟเลือกสรรมาอย่างดี!เพื่อเหลือไว้เป็นความทรงจำของการเดินทางของลูกค้า
"นอกจากวัดเซ็นโซจิแล้วจะไปที่ไหนอีกดี…?" กรุณาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเรา จะแนะนำอย่างดีเกี่ยวกับจุดที่สามารถเดินได้อย่างเพลิดเพลิน หลังจากที่ลงจากรถลากแล้ว จะได้ท่องเที่ยวอะซะคุสะอย่างเต็มอิ่มแน่นอน!หากต้องการลิ้มลองรสชาติโตเกียวอะซะคุสะทั้งหมด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรถลากเอะบิสึยะได้เลย!

  • Victoria Brewood

    <นั่งรถลากที่อะสะกุสะ>
    ที่อังกฤษนั้นรถลากจะมีจักรยานติดมาด้วย ฉะนั้นการได้นั่งรถลากที่มีคนลากด้วยขานั้นช่างแตกต่างจากที่อังกฤษมาก
    ฉันประทับใจคนลากเป็นอย่างยิ่งที่สามารถวิ่งไปทั่วเมืองด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลเช่นนั้น
    ฉันนั่งบนรถลากที่แสนสบายแล้วก็ถ่ายรูปวิวต่างๆ เช่น วัดอะสะกุสะ มันช่างเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง

    <อาหารกลางวัน: ที่อะสะกุสะ (โซบะ)>
    เราทานโซบะเป็นอาหารกลางวัน มีให้เลือกทั้งแบบร้อน และเย็น และยังมีท็อปปิ้งเป็นกุ้งเทมปุระ และไข่ด้วย
    ฉันเลือกโซบะร้อนพร้อมสาหร่ายเป็นท็อปปิ้ง รสชาติของน้ำซุปนั้นเข้มข้นมาก

  • Lily Crossley-Baxter

    <นั่งรถลากที่อะสะกุสะ>
    การนั่งรถลากชมอะสะกุสะนั้น ทำให้เราไม่ต้องลงไปเดินบนถนนที่มีคนหนาแน่น ได้มองสองข้างทางจากมุมสูงขึ้น เป็นวิธีที่ดีอีกเหมือนกัน
    นอกจากนี้การนั่งรถลากชมเมืองทำให้สามารถชมหลายสิ่งหลายอย่างได้ในระยะเวลาสั้นๆ
    ตอนแรกฉันคิดว่ารถลากเอียงเกินไป ทำให้รู้สึกเป็นห่วงอยู่บ้าง แต่ไกด์(คนลาก) สามารถบังคับได้อย่างมั่นคง ถึงจะอยู่บนถนนที่แออัดก็สามารถนั่งได้อย่างรู้สึกปลอดภัย

    <อาหารกลางวัน : อะสะกุสะ (โซบะ)>
    ภายในร้านมีความสวยงามและเรียบง่าย ดูเป็นภัตตาคารที่หรูหรามีระดับ
    การได้นั่งบนเสื่อทาทามิทำให้รู้สึกได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่น
    โซบะอร่อย เท็มปุระก็กรอบ ชุดอาหารมีขนาดใหญ่ทำให้ทุกคนรู้สึกอิ่มมาก

โทะเออิ สายอะซะคุสะ
สถานีอะซะคุสะ→สถานีอะซะคุสะบาชิ
3นาที / 180เยน

JR สายโซบุ
สถานีอะซะคุสะบาชิ→สถานีชินจูกุ
20นาที / 170เยน

เดะพะจิกะ (ชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้า) (อิเซตันชินจูกุ)more

ออกจากรถไฟใต้ดินสถานีชินจุกุซันโจเมะแล้วถึงทันที อิเซตันสาขาชินจูกุมีจุดประสงค์ที่จะเป็น "พิพิธภัณฑ์แฟชั่นที่ดีที่สุดในโลก" ที่ชั้นอาหารนั้นก็เป็นสถานที่ที่ทำให้รู้สึกถึง "แฟชั่น"เช่นกันตั้งแต่อาหารสด 3 ชนิด (ผักผลไม้,เนื้อสัตว์,ปลาสด) ไปจนถึงอาหารสำเร็จรูปนำเข้าจากต่างประเทศที่มีชื่อเสียง, ของหวานชั้นเลิศ, นักกินจนถึงกับส่งเสียงร้องออกมาที่แม้กระทั่งส่วนประกอบของอาหารทั้งในและต่างประเทศก็มีอย่างครบครัน "อาหาร"ต่างๆกำลังได้รับความนิยมขนมญี่ปุ่นตามฤดูกาลที่แค่มองดูก็รู้สึกอร่อย, มุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ให้ลองชิมสาเกญี่ปุ่น และถ้าเป็นอาหารญี่ปุ่นที่อยากลองทานถ้าได้ไปญี่ปุ่นต้องไปที่มุมอาหารสำเร็จรูป สามารถสัมผัสกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่นได้ที่ชั้นอาหาร

  • Victoria Brewood

    <ชั้นใต้ดินในห้าง(แผนกขายอาหารที่ชั้นใต้ดินในห้างสรรพสินค้า)>
    ชั้นใต้ดินในห้างนั้นคล้ายกับที่ขายอาหารในSelfridge(ห้างสรรพสินค้า)ที่ลอนดอน มีอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเค้ก ขนม สาเก ในร้านที่ตกแต่งด้วยบรรยากาศหรูหรา
    ฉันได้เห็นเห็ด(มัตสึทาเกะ)ที่แพงที่สุดในโลก (600ดอลลาร์) องุ่นราคาแพงอย่างไม่น่าเชื่อพวงละ 10ดอลลาร์
    ฉันชอบกินมาก ก็เลยคิดว่าชั้นใต้ดินในห้างเป็นเหมือนดังสวรรค์ที่สามารถชิมของได้หลากหลายอย่าง

    <เดินเล่นที่ชินจุกุ>
    หลังจากชั้นใต้ดินในห้าง พวกเราได้ไปเดินห้างใหม่ที่ชื่อว่าNeWoMan และซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงความงาม(พวกมาสก์หน้าแบบกระดาษ) จากนั้นก็นั่งเก้าอี้นวดพักเท้าให้หายเมื่อย!
    จากนั้นพวกเราก็ไปย่านฮิตแห่งใหม่ล่าสุด ที่เสิร์ฟกาแฟชั้นเลิศอย่างร้าน Blue Bottle Coffee

  • Lily Crossley-Baxter

    <ชั้นใต้ดินในห้าง(แผนกขายอาหารที่ชั้นใต้ดินในห้างสรรพสินค้า)>
    ห้างเป็นสถานที่ที่สนุก มีร้านจำหน่ายของที่ระลึกหลากหลายอย่างซึ่งสามารถลองชิมดูได้ด้วย
    ได้เดิมชมของขึ้นชื่อที่มาจากแต่ละจังหวัด ถึงจะไม่ได้ออกจากโตเกียวไปเที่ยวจังหวัดอื่นบ่อยๆ ถ้ามาที่เดปาจิกะแล้วสามารถทานอาหารที่อร่อยของจังหวัดอื่นๆ ได้
    สิ่งที่สนุกที่สุดอย่างหนึ่งคือการได้ชมผลไม้และเห็ด(มัทสึทาเกะ)ที่วางขายในราคาแพง สำหรับนักท่องเที่ยวอาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่เคยได้อ่านเกี่ยวกับญี่ปุ่นมาบ้าง พอได้มาดูจริงก็รู้สึกสนุกสนานเหมือนกัน

    <เดินเล่นที่ชินจุกุ>
    พวกเราเดินเล่นด้านนอกใกล้ๆกับสถานีชินจุกุ มองเห็นตึกสูงระฟ้ารอบๆแล้วทำให้รู้สึกว่า นี่คือ "โตเกียว" ที่เราเห็นกันตามสื่อจริงๆ
    แต่ว่าชินจุกุสะอาดสวยงามมากแตกต่างจากเมืองใหญ่ที่แออัดในประเทศอื่นๆ
    หลังจากนั้นพวกเราได้แวะพักที่ร้านกาแฟคุณภาพเยี่ยมในบริเวณพื้นที่ที่แสนวุ่นวายแห่งนี้

JR สายชูโอ (JR EAST PASS)
สถานชินจูกุ → สถานีโตเกียว
13 นาที / 200 เยน

  • Victoria Brewood

    <อาหารเย็น: ซูชิสายพาน>
    ร้านซูชิสายพานกินซ่านุมะสึตั้งอยู่บนชั้น8ของอาคารคิระริโตะ กินซ่า
    พวกเรานั่งที่เคาเตอร์ มองดูพ่อครัวปั้นซูชิ แล้วหยิบซูชิที่อยากทานจากบนสายพาน
    ฉันหิวมาก อีกทั้งปลายังสดใหม่และคุณภาพดี เลยทำให้ฉันน่าจะทานซูชิไปประมาณ 7-8จาน

  • Lily Crossley-Baxter

    <อาหารเย็น: ซูชิสายพาน>
    อาหารที่เสิร์ฟอร่อยและสด เราสามารถเห็นเชฟกำลังทำอาหารให้ต่อหน้าด้วย
    สำหรับเมนูมีอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ จึงสามารถสั่งได้อย่างง่ายดาย
    เครื่องดื่มมีเมนูหลากหลายแบบญี่ปุ่นเตรียมไว้ให้เลือกสรร เช่น เหล้าบ๊วย เหล้าญี่ปุ่น ขอแนะนำเป็นอย่างมากสำหรับชาวต่างชาติที่เคยมาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก

Hotel Ryumeikan Tokyo

  • Victoria Brewood

    <ที่พัก: โรงแรมริวเมคัง>
    โรงแรมริวเมคังที่ตั้งอยู่ในโตเกียวนั้นสะดวกสบาย และขนาดกำลังเหมาะ ตั้งอยู่ข้างสถานีรถไฟทำให้นั่งรถบัส หรือรถไฟไปยังสนามบินได้อย่างง่ายดาย
    ห้องที่ฉันพักถึงจะเล็กแต่ก็มีฟังก์ชั่นต่างๆเพียบพร้อม เช่น เตียงนอนที่สั่นได้พร้อมเล่นเพลงขับกล่อมช่วยให้นอนหลับ
    ที่รับประทานอาหารเช้ามีมุมให้ลวกผักสดๆเอง อาหารอร่อยทั้งหมด

  • Lily Crossley-Baxter

    <ที่พัก: โรงแรมริวเมคัง>
    โรงแรมสวยงามมีระดับ พนักงานมีมารยาทดีมาก มีความเป็นมืออาชีพอยู่ตลอดเวลา
    ฝักบัวรู้สึกผ่อนคลายสบาย เฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ดูดีมีระดับ เป็นห้องที่เยี่ยมยอดมาก
    ห้องมีบาลานซ์ระหว่างความเป็นญี่ปุ่นและความเป็นตะวันตกได้ดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้นอนพักห้องเสื่อทาทามิ แต่โรงแรมก็ยังจัดชุดยูคาตะและของว่างแบบญี่ปุ่นไว้ให้ ทำให้นึกถึงเหมือนกับว่ายังอยู่ในโตเกียว

วันที่สอง

CHUGOKU(YAMAGUCHI)

06:55 ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

ANA631 (ANA Experience JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

  • Victoria Brewood

    <ไฟลท์ไปจังหวัดยะมะงุจิ>
    สายการบินANAที่เราขึ้นออกเดินทางตรงตามเวลา สะดวกสบาย บริการดีเยี่ยม มีน้ำชา น้ำผลไม้ให้บริการฟรีบนเครื่อง

  • Lily Crossley-Baxter

    <ไฟลท์ไปจังหวัดยะมะงุจิ>
    บนเครื่องมีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินคอยรับแขกอย่างมารยาทและยิ้มแย้มแจ่มใส
    ภายในเครื่องมีความสะดวกสบาย มีเครื่องดื่มและผ้าห่มคอยบริการ
    เวลาเดินทางเป็นเพียงช่วงสั้นๆ แต่เป็นเวลาที่สามารถผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่

08:35 ท่าอากาศยานอิวะคุนิคินไทเคียวmore

ท่าอากาศยานดูสะอาดตาแห่งใหม่นี้เปิดบริการเมื่อเดือนธันวาคมปี 2012
เมื่อก้าวเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นอาคารได้ทั้งหลัง รวมถึงโครงสร้างขนาดเล็กที่เข้าใจง่ายและสะดวกในการใช้งาน
ส่วนกลางของอาคาร หรือ ลาน "สวนแสงสว่าง" จะได้รับแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจากภายนอก นอกจากนี้ กำแพงด้านหน้าจุดพักผู้โดยสารใช้กระจกทั้งบาน ทำให้ผู้โดยสารมองเห็นเครื่องบินที่จอดรอบนลาน และเพลิดเพลินไปกับการมองเครื่องบินทะยานสู่อากาศ
ท่านสามารถเฝ้าดูเครื่องบินได้อย่างใกล้ชิดแม้จะอยู่บนบริเวณดูเครื่องบิน! ทำไมไม่ลองถ่ายภาพที่ระลึกโดยมีเครื่องบินเป็นฉากหลังล่ะ
อาคารผู้โดยสารได้รับการออกแบบให้เป็นสากลโดยที่ผู้โดยสารทุกคน คารได้ทั้งหลัง รวมถึงโครงสร้างขนาดเล็กที่เข้าใจง่ายและสะดวกในการใช้งาน
ส่วนกลางของอาคาร หรือ ลาน "สวนแสงสว่าง" จะได้รับแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจากภายนอก นอกจากนี้ กำแพงด้านหน้าจุดพักผู้โดยสารใช้กระจกทั้งบาน
ทำให้ผู้โดยสารมองเห็นเครื่องบินที่จอดรอบนลาน และเพลิดเพลินไปกับการมองเครื่องบินทะยานสู่อากาศท่านสามารถเฝ้าดูเครื่องบินได้อย่างใกล้ชิดแม้จะอยู่บนบริเวณดูเครื่องบิน! ทำไมไม่ลองถ่ายภาพที่ระลึกโดยมีเครื่องบินเป็นฉากหลังล่ะ
อาคารผู้โดยสารได้รับการออกแบบให้เป็นสากลโดยที่ผู้โดยสารทุกคน สามารถใช้ได้อย่างสะดวก

รถบัสอิวะคุนิ
ท่าอากาศยานอิวะคุนิคินไทเคียว→สถานีอิวะคุนิ
ประมาณ 10 นาที / 150 เยน

  • Lily Crossley-Baxter

    <รถบัสอิวะคุนิ>
    รถบัสมาถึงตรงเวลา เป็นรถที่ตกแต่งสไตล์ดั้งเดิมมีความสวยงาม
    รถมีความแปลกเป็นเอกลักษณ์ทำให้การท่องเที่ยวสนุกยิ่งขึ้นไปอีก
    พอได้นั่งรถแบบนี้แล้วทำให้รู้สึกจริงๆ ว่าพวกเราออกห่างไกลจากตัวเมืองมายังแถบที่ยังมีความเป็นยี่ปุ่นดั้งเดิม

รถบัสอิวะคุนิ
สถานีอิวะคุนิ→คินไทเคียว
ประมาณ 20 นาที / 300 เยน

สะพานคินไทเคียวmore

คินไทเคียวถูกสร้างในปี 1673 และเป็นสะพานไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น สะพานนี้เป็นสะพานไม้ที่โครงสร้างโค้งเรียงกันถึงห้าส่วน ถือเป็นภาพที่หาได้ยากแม้นอกญี่ปุ่น เป็นสุดยอดของเทคนิคขั้นสูง และสะพานแห่งนี้อยู่สืบต่อมาแม้จะมีการเปลี่ยนคานสะพาน
มีสถานที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวอีกมากมายในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงอาคารประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทอิวะคุนิ, บ้านโบราณเมคะตะ และประตูนะกะยะมงของครอบครัวคะกะวะ ตลอดจนพิพิธภัณฑ์ศิลปะและประวัติศาสตร์ต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์อิวะคุนิโชโคคัง, พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิวะคุนิ, พิพิธภัณฑ์อิวะคุนิชิโระเฮะบิ (งูขาว)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิพิธภัณฑ์อิวะคุนิชิโระเฮะบิ (งูขาว) เป็นอนุสรณ์สถานด้านธรรมชาติแห่งชาติ และเป็นสถานที่เดียวในโลก ที่ "งูขาวอิวะคุนิ" อาศัยอยู่ ผู้มาเยี่ยมชมสามารถเรียรู้เกี่ยวกับความเป็นอยู่และประวัติศาสตร์ของงูขาวได้จากเกมและแบบจำลอง

  • Victoria Brewood

    <สะพานคินไทเคียว>
    สะพานคินไทเคียวที่ทอดข้ามแม่น้ำนิชิคินั้นเป็นสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่ง
    ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามของตัวสะพาน โค้งสะพานที่เหมือนกับคันธนู และทัศนียภาพโดยรอบ ล้วนแต่เยี่ยมยอดทั้งสิ้น
    จากคำบอกเล่าของไกด์ มาเยี่ยมชมสะพานในฤดูการต่างๆ ก็เพลิดเพลินไปได้อีกแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูซากุระบาน ริมเนินแม่น้ำเต็มไปด้วยซากุระบานงดงามยิ่งนัก
    ในฤดูใบไม่ร่วงก็จะเห็นต้นไม้เปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง หรือสีแดง ส่วนฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุมเทือกเขาชิโรยามะ

    <อาหารกลางวัน: ร้านฮิระเซ (จาโนะเมะ โกะเซน )>
    ร้านฮิระเซมีห้องรับประทานอาหารบนชั้น2 ซึ่งสามารถมองเห็นสะพานคินไทเคียวได้
    อาหารก็อร่อยมาก มีถ้วยชามเล็กๆวางเรียงอยู่เต็มถาด
    พวกเราได้เพลิดเพลินกับการรับประทานซุปมิโสะ เทมปุระ รากบัว และซูชิอิวะคุนิที่เป็นอาหารพิเศษจากภูมิภาคอิวะคุนิ

  • Lily Crossley-Baxter

    <สะพานคินไทเคียว>
    สะพานคินไทเคียวของจริงนั้นดูลาดชันกว่าในรูปมาก เป็นสะพานที่สวยงาม
    แม่น้ำและธรรมชาติที่ล้อมรอบสวยงามและในฤดูซากุระบานคงจะต้องมองเห็นวิวที่สวยเด่นเป็นแน่
    เป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศเงียบสงบ
    วิวโดยรอบนั้นยอดเยี่ยม สามารถมองเห็นปราสาท แม่น้ำและสะพานในคราวเดียวกันได้

    <อาหารกลางวัน : ฮิระ เซ (จะโนะเมะโกะเซน) >
    ร้านอาหารเป็นร้านเก่ามีความเป็นดั้งเดิม พนักงานทุกคนล้วนมีอัธยาศรัยดี
    จากร้านสามารถมองออกไปเห็นสะพานคินไทเคียวที่สวยงาม และดื่มด่ำกับอาหารพิเศษของท้องถิ่นได้
    อิวะคุนิซูชิมีโปสเตอร์แปะอยู่ทั่วเมืองเพราะเป็นของขึ้นชื่อ พอได้รับประทานซูชิที่มีความแตกต่างกับซูชิทั่วไปแล้วก็รู้สึกแปลกใหม่ดี
    อาหารกลางวันอร่อยมากทำให้รู้สึกอิ่มมากทีเดียว

รถบัสอิวะคุนิ
คิไทเคียว → สถานีชิน-อิวะคุนิ
ประมาณ 10 นาที / 350 เยน

ชินคันเซน
สถานีชิน-อิวะคุนิ→สถานีชิน-ยะมะกุชิ
ประมาณ 40 นาที / 3,910 เยน

  • Victoria Brewood

    <JRชินกังเซน>
    รถไฟJRชินกันเซนนั้นวิ่งเร็วมาก ภายในห้องโดยสารมีที่นั่งข้างละสองแถว โดยระหว่างที่นั่งมีทางเดินกว้างขวางและสะดวกสบายคั่นกลางอยู่
    เราใช้เวลาประมาณ 30 นาทีไปยังจุดหมายปลายทาง ถึงกระนั้นเราก็สามารถหลับได้

  • Lily Crossley-Baxter

    <JRชินกังเซน>
    ชินกังเซนเป็นพาหนะที่มีความราบรื่นและสะดวกรวดเร็ว
    ห้องน้ำภายในขบวนก็มีความสะอาดเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากในประเทศอื่น
    มีการประกาศภายในขบวนหลายรอบ พวกเราสนุกไปกับการดูวิวจากกระจกหน้าต่างบานใหญ่


รถบัสโบโช
สถานีชิน-ยะมะกุชิ → อะคิโยชิโด
ประมาณ 40 นาที / 1,170 เยน

  • Victoria Brewood

    <บัสพาส>
    บัสพาสสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ครอบคลุมเส้นทางเดินรถโดยสารมากมาย ถือเป็นวิธีเดินทางที่เหมาะและประหยัดสำหรับท่องเที่ยวยะมะงุจิ
    สามารถใช้บัสพาสในจังหวัดยะมะงุจิ รถโดยสารที่สามารถใช้บัสพาสได้จะมีสติกเกอร์แปะอยู่ที่หน้าตัวรถและบริเวณทางขึ้นรถ
    เวลาจะลงจากรถก็แค่แสดงบัสพาสแก่พนักงานขับรถ
    เวลาซื้อบัสพาสที่ช่องตั๋วต้องแสดงพาสปอร์ต พร้อมกรอกข้อมูล ราคาสำหรับตั๋ว1วัน 2000เยน 2วัน 4000เยน 3 วัน 5000 เยน
    *ดูรายละเอียดเกี่ยวกับบัสพาสได้ที่นี่

    http://www.visit-jy.com/travel_assets/images/common/bus_pass.pdf

  • Lily Crossley-Baxter

    <บัสพาส>
    บัสพาสสามารถหาซื้อได้อย่างง่ายดาย
    มีการอธิบายอย่างชัดเจนทำให้เข้าใจได้ถึงตัวเลือกอื่นๆ ด้วย
    บัตรพาสมีคุณค่าทำให้ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายได้ อีกทั้งยังสามารถเลือกซื้อได้ตามจำนวนวันที่ต้องการด้วย
    *ดูรายละเอียดเกี่ยวกับบัสพาสได้ที่นี่

    http://www.visit-jy.com/travel_assets/images/common/bus_pass.pdf

อะคิโยชิได และถ้ำอะคิโยชิโดmore

อะคิโยชิไดเป็นที่ราบสูงคาสต์(หินปูนที่ถูกกัดเซาะ)ขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นตั้งตระหง่านอยู่ที่ความสูง200-400เมตรจากระดับน้ำทะเล เกิดจากหินปูนในยุคโบราณเป็นหลัก ในชั้นใต้ดินนั้นมีถ้ำหินปูนอยู่มากมายที่เกิดจากการกัดเซาะจากน้ำฝน ถ้ำอะคิโยชิที่เชิงเขานี้เป็นถ้ำหินปูนที่โดดเด่นของญี่ปุ่น มีความสูง24เมตร กว้าง8เมตร ส่วนที่กว้างที่สุดของถ้ำกว้างมากกว่า80ซม. เพดานสูงถึง35เมตร สามารถมองเห็นถึง200เมตร มีความยาว8.9กม.แต่สามารถเดินท่องเที่ยวได้1กม.

  • Victoria Brewood

    <อะคิโยชิได>
    อะคิโยชิไดเป็นสถานที่ที่สามารถเห็นวิวสวยงามของคาสต์(หินปูนที่ถูกน้ำกัดเซาะ)ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์ของชนบท
    ฉันประทับใจความงดงามของความเขียวขจีของทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ที่เห็นหินปูนเรียงรายอยู่สุดลูกหูลูกตา
    ว่ากันว่า ทิวทัศน์หินปูนที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ กำเนิดจากปะการังที่อยู่ในทะเลทางใต้เมื่อ350ล้านปีก่อน ผ่านวันและคืนที่ยาวนานจนกลายมาเป็นสถานที่เช่นปัจจุบัน

    <ถ้ำอะคิโยชิโด>
    ถ้ำอะคิโยชิโดเป็นหนึ่งในถ้ำหินปูนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ภายในถ้ำมีเส้นทางเดินยาวถึงประมาณ1กม.
    ภายในถ้ำรักษาอุณหภูมิตลอดทั้งปีที่17องศา จึงทำให้อากาศอบอุ่นในฤดูหนาว และเย็นสบายในฤดูร้อน
    สิ่งที่ฉันประทับใจเป็นอย่างยิ่งคือเสาทองคำ และจาน100ใบ ซึ่งเป็นหินที่มีรูปร่างเหมือนจานและมีน้ำอยู่เต็มกว่า 100 ใบ
    เป็นสิ่งที่สุดยอดมากที่ได้เห็นปรากฎการณ์เหลือเชื่ออย่างเช่นธรรมชาติรังสรรค์ผลงานกว่าร้อยล้านปี

  • Lily Crossley-Baxter

    <อะคิโยชิได>
    อากาศอาจจะดูมีเมฆมาก แต่การมองวิวจากหอสังเกตุการณ์เช่นนี้ก็ได้ความรู้สึกที่ดี
    เราสามารถขึ้นไปยังหอสังเกตุการณ์ได้โดยง่าย และยังมีทางปีนเขาขึ้นไปอย่างง่ายๆ ด้วย
    เมื่อมีงานเทศกาลมีคนร่วมพันคนมาร่วมกันจุดไฟขึ้น ฟังดูน่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้รู้สึกถึงจิตวิญญาณของท้องถิ่นอยู่
    งานเทศกาลสำหรับนักท่องเที่ยวแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ
    ใต้ของหอสังเกตุการณ์นี้มีถ้ำอยู่ ถ้ำนี้ทำให้เกิดก้อนหินขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อรู้เช่นนี้แล้วยิ่งทำให้รู้สึกแปลกประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีก

    <ถ้ำอะคิโยชิโด>
    พอลงเข้ามาข้างในถ้ำโดยลิฟต์ ภายในถ้ำที่มืดมีพื้นที่เปิดโล่งอยู่
    ภายในถ้ำมีไฟถูกจุดอยู่อย่างสวยงามทำให้เกิดบรรยากาศ
    เส้นทางภายในถ้ำเข้าใจง่าย สามารถเดินวนชมจุดสังเกตต่างๆ ภายในถ้ำได้
    สิ่งที่ดีมากคือคำอธิบายมีประกาศเตรียมไว้หลายสามารถให้คนที่มาเป็นหมู่คณะเยี่ยมชมได้อย่างทั่วถึง
    ภายในถ้ำเงียบสงบเหมือนว่ากำลังได้ผจญภัยอยู่
    ทางออกของถ้ำสวยงาม บรรยากาศภายนอกต่างจากภายในถ้ำมาก ราวกับว่าได้หลงเข้าไปในป่าสนธยามา
    ความแตกต่างของหอสังเกตการณ์ที่อยู่ด้านบน และถ้ำที่อยู่ด้านล่าง และภายในถ้ำกับทางออกเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ

รถบัส JR ชูโกคุ
อะคิโยชิโด→ยูดะอนเซ็นโดริ
ประมาณ 40 นาที / 1,140 เยน

ยูดะอนเซ็นmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

น้ำพุร้อนยูดะอนเซ็นถูกเล่าขานกันมาว่า กำเนิดขึ้นมาประมาณ 800 ปีที่แล้ว มีตำนานเล่าว่ามีสุนัขจิ้งจอกสีขาวที่บาดเจ็บมาอาบน้ำพุร้อนแห่งนี้ เพื่อรักษาแผลตัวเอง
ตั้งอยู่ ใกล้กับ ท่าอากาศยานยะมะกุชิอุเบะ และสถานีชิน-ยะมะกุชิ, สถานีจอดของชินคันเซน, สถานที่ตั้งของยูดะอนเซ็นนั้นอยู่ที่ใจกลางจังหวัด ทำให้เข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในบริเวณจังหวัดได้ง่าย
บริเวณนี้เป็นศูนย์กลางของสาเกหมักท้องถิ่น, วัตถุดิบจากภูเขาและอาหารทะเล รวมถึงสินค้าพิเศษเฉพาะถิ่น ที่นี่มีทั้ง อิซาคะยะ ร้านอาหาร และร้านค้าชนิดต่างๆ ให้ผู้มาเยี่ยมชมได้เพลิดเพลินกับอาหารจากยะมะกุชิ

  • Victoria Brewood

    <อนเซนยุดะ>
    ที่อนเซนยุดะนั้นสามารถแช่เท้าในอนเซนธรรมชาติได้ อนเซนแช่เท้าช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินเที่ยวในหนึ่งวัน
    ฉันรู้สึกสบายมากที่ได้นั่งบนเบาะ ท่ามกลางแสงไฟสลัวโรแมนติก พร้อมหย่อนเท้าที่เมื่อยล้าลงไปแช่พักในอนเซน
    อนเซนยุดะถูกค้นพบโดยสืบเนื่องจากตำนานที่ว่าพระรูปหนึ่งได้มาเห็นเทพเจ้าหมาป่าสีขาวขณะรักษาบาดแผลที่อนเซนยุดะ ดังนั้นจนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีรอยเท้าของหมาป่าหลงเหลืออยู่ที่โขดหิน

    <วัดรุริโคจิ>
    เจดีย์ไม้ห้าชั้นถือเป็นสมบัติแห่งชาติ และเป็นผลงานศิลปะอันยิ่งใหญ่ในสมัยโออุจิ
    เจดีย์ในตอนกลางวันที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องก็สวยงามเพียงพออยู่แล้ว แต่หลังจากพระอาทิตย์ตกดินถึงเวลาประมาณสี่ทุ่มจะมีไลท์อัพด้วยยิ่งสวยงามขึ้นไปอีก
    นับเป็นประสบการณ์อันยอดเยี่ยมที่ได้เห็นแสงสีเขียวสะท้อนจากน้ำ

  • Lily Crossley-Baxter

    <อนเซนยุดะ>
    ออนเซ็นแช่เท้าเหมาะกับพวกเราที่เดินอย่างเมื่อยล้ามาทั้งวัน
    มีที่ให้แช่เท้าฟรีอยู่ดาษดื่น สถานที่สวยงามผ่อนคลายได้เฉพาะพวกเรา และยังสามารถสั่งเครื่องดื่มมาได้ด้วย ออนเซ็นแช่เท้ารู้สึกผ่อนคลายมาก
    เมื่อได้แช่เท้าลงไปยังบ่อออนเซ็นเท้าภายนอกที่ติดไลท์อัพไว้อย่างสวยงาม ทำให้รู้สึกสงบและเหมือนว่าเราได้ออกจากเมืองมาไกลมากแล้วจริงๆ
    ออนเซ็นแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่น่ามาเยี่ยมเยือนอีกแห่งหนึ่ง ที่ทำให้รู้สึกพิเศษและเหมือนย้อนวัยกลับมาได้

    <วัดรุริโคจิ>
    เจดีย์ห้าชั้นของวัดรุริโคจิเมื่อเปิดแสงไฟส่องในตอนกลางคืนทำให้สวยจนตกตะลึง สิ่งที่น่าตกใจคือสามารถชมได้ใกล้โดยไม่เสียค่าเข้าด้วย
    ตัววัดมีความอลังการและมีสิ่งปลูกสร้างที่ชวนประทับใจ สวนในวัดให้ความรู้สึกเงียบสงบ
    พอได้มองวัดจากอีกฟากหนึ่งของบ่อน้ำ จากผิวน้ำสามารถมองเห็นเงาสะท้อนของวัดได้ ฉันสามารถถ่ายภาพดีๆ ได้เลย

เดิน
ป้ายรถบัสยูดะอนเซ็นโดริ→Matsudaya Hotel
1นาที

Matsudaya Hotel

  • Victoria Brewood

    <โรงแรมมัทสึดะยะ>
    ช่วงเวลาที่พักที่โรงแรมมัทสึยะนั้นเป็นช่วงที่ประทับใจมากที่สุดในทริปนี้
    นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พักเรียวกัง(โรงแรมแบบญี่ปุ่น) ได้เอนตัวลงนอนบนเสื่อตาตามิและหลับอย่างสบายอารมณ์
    ห้องที่ฉันพักนั้นสามารถมองเห็นสวนแบบญี่ปุ่นที่สร้างในสมัยเอโดะ ได้ปิดสวิชต์ออกจากโลกภายนอก เป็นที่ที่เหมาะแก่การผ่อนคลายอย่างแท้จริง
    ที่โรงแรมมีบ่อแช่อนเซนรวมขนาดใหญ่ แต่ในห้องก็มีอนเซนส่วนตัวด้วย ดังนั้นฉันจึงได้เพลิดเพลินกับการแช่น้ำร้อนและพักผ่อนตามลำพัง

  • Lily Crossley-Baxter

    <โรงแรมมัทสึดะยะ>
    เป็นโรงแรมแบบญี่ปุ่นที่มีที่พักดีเลิศ เป็นประสบการณ์ที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวควรจะได้สัมผัส
    ห้องที่มีความเป็นดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นและสวนทำให้เกือบหยุดหายใจ ทำให้นึกไปว่าตนเองเป็นศักดินาผู้สูงส่ง
    การบริการมีความเพรียบพร้อม มีพนักงานคอยอยู่ให้บริการตลอด ไม่ว่าเรื่องอะไรก็คอยใส่ใจบริการช่วยทำให้ลูกค้ารู้สึกสบาย
    เราลองออกไปสำรวจสวน ดูห้องอาบน้ำและห้องแช่ออนเซ็นแบบส่วนตัว
    โรงแรมมีบรรยากาศสงบผ่อนคลายล่องลอยอยู่ เราสามารถหนีออกจากชีวิตความเป็นสมัยใหม่มาสู่ความผ่อนคลายแห่งนี้ได้

วันที่สาม

Matsudaya Hotel

รถบัส JR ชูโกคุ, รถบัสโบโช (รถบัสด่วนพิเศษ "ฮะกิโก")
ยูดะอนเซ็นโดริ→ศูนย์รถบัสฮะกิ
ประมาณ 1 ชั่วโมง กับ 10 นาที / 1,840 เยน

รถบัสเวียนฮะกิมารุ ที่ลูปฝั่งตะวันตก (ชินซะคุคุง)
ศูนย์รถบัสฮะกิ→ฮะกิฮะคุบุทสึคังมะเอะ
ประมาณ 5 นาที / 100 เยน

มรดกโลก: เมืองปราสาทฮะกิ และโรงเรียนโชคะซงจุคุmore

ฮะกิถูกสร้างเป็นเมืองปราสาท เมื่อไดเมียว (เจ้าเมือง) โมริ เทรุโมะโตะสร้างปราสาทฮะกิในปี 1604 ยุคเซ็นโกะคุ นับจากนั้นเป็นเวลา 260 ปี ปราสาทแห่งนี้ได้เป็นศูนย์กลางของการเมือง, การปกครอง และเศรษฐกิจของแคว้นฮะกิ (โชชู)
ภูมิทัศน์ของเมืองที่มีซากปราสาท, ที่พักซามูไร และกำแพงอิฐนั้นทำให้ระลึกถึงครั้งอดีต และแม้กระทั่งจนตอนนี้ที่นี่ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเมืองปราสาทโบราณ อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในร้อยโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น
นอกจากนี้โรงเรียนโชคะซงจุคุที่ถูกสร้างโดยซามูไรที่มีชื่อเสียง โยชิดะ โชอิน ยังอยู่ในเมืองนี้ด้วย เป็นอาคารหลังเล็กกว้างเพียงแค่ 50 ㎡ และแม้ว่าช่วงเวลาเรียนจะสั้นเป็นเวลาเพียง 2 ปี แต่กลับสร้างคนที่มีความสามารถพิเศษโดดเด่น และมีบทบาทสำคัญในการสร้างประเทศในช่วงปลายยุคโชกุนจนถึงสมัยปฏิรูปเมจิ
ในปี 2015 สถานที่การปฏิวัติอุตสาหกรรมเมจิของญี่ปุ่น" ซึ่งรวมถึงเมืองปราสาทฮะกิและโรงเรียนโชคะซงจุคุ ได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม"

  • Victoria Brewood

    <เมืองฮะงิ>
    เมื่อได้เดินเล่นรอบเมืองบริเวณปราสาทฮะงิซึ่งเป็นมรดกโลก ฉันมีความประทับใจที่ได้เจอบ้านแบบโบราณที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี เป็นสถานที่ที่สงบมาก
    โดยเฉพาะอย่ายิ่งกำแพงโครงไม้ที่ขัดกันเป็นรูปตารางสีขาวดำที่ถูกเก็บรักษามาตั้งแต่สมัยเอโดะนั้นอยู่ในความประทับใจมาก

    <ศาลเจ้าโชอิน>
    สถานที่ถัดไปที่เราได้เยี่ยมชมคือศาลเจ้าโชอิน เป็นศาลเจ้าของโยชิดะโชอินนักรณรงค์คนสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์
    ที่นี่เคยเป็นโรงเรียนกวดวิชาโซกะซงสำหรับเรียน2ปี ได้ผลิตบุคคลสำคัญที่อุทิศตนแก่การปฏิวัติสมัยเมจิ
    ฉันซื้อโอะมิคุจิ(ฉลากทำนายดวงชะตา)แล้วก็ผูกไว้ที่ต้นไม้ในศาลเจ้า

    <วัดโทโคจิ>
    วัดโทโคจิเป็นหนึ่งในวัดของตระกูลโมริในฮางิ
    ก่อตั้งในปีค.ศ.1691 มีโคมไฟ500อัน และมีสุสานของนายในตระกูลโมริอีกมากมาย
    ประตูหลักเรียกว่าซัมมง มีหอระฆังและวังไดยูโฮเดนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
    วัดโบราณแห่งนี้มีอาคารที่น่าประทับใจถูกปกคลุมไปด้วยหญ้ามอสสีเขียวซึ่งรูปภาพคงไม่สามารถถ่ายทอดลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์เช่นนั้นได้

    <แต่งชุดกิโมโน>
    ฉันได้ใส่ชุดกิโมโนซึ่งข้างในมีไม่รู้กี่ชั้น ถือเป็นประสบการณ์ที่สนุกมาก
    รู้สึกว่าน่าสนใจมากที่ได้เห็นการเลือกสายโอบิให้สีเข้ากับชุดกิโมโน สุดท้ายเจ้าของร้านได้รวบผมและตกแต่งทรงผมให้ฉัน
    การเดินขณะใส่ชุดกิโมโนนั้นถูกจำกัดท่าทางซึ่งออกจะดูยากสักหน่อย แต่ก็เป็นการปรับการทรงตัวให้ดี
    การได้เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านแฟชั่นถือความทรงจำที่ดีเยี่ยม

  • Lily Crossley-Baxter

    <เมืองฮะงิ>
    เมืองฮะงิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักแห่งหนึ่งของทริปในครั้งนี้
    ถนนสงบเงียบกับศาลเจ้าชวนอัศจรรย์เหมือนกลับไปอยู่ในญี่ปุ่นเมื่อครั้งสมัยก่อน

    <ศาลเจ้าโชอิน>
    ศาลเจ้าโชอินเป็นศาลเจ้าที่น่าสนใจเพราะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่หาดูไม่ได้ท่อื่นในญี่ปุ่น
    ที่นี่มีโรงเรียนสมัยเอะโดะและบ้านเรือนเก่าแก่ ผู้ชมสามารถเห็นได้ถึงขนาดที่เล็กและความเรียบง่ายของ
    สิ่งที่เป็นของหาดูได้ยากของที่นี่คือร่มคำทำนาย นักท่องเที่ยวจะซื้อร่มคำทำนายแล้วนำร่มไปห้อยไว้กับต้นไม้
    พวกเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของที่นี่ ประทับใจที่ได้มาเยี่ยมเยียนสถานทีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่ง
    เป็นสถานที่ที่รู้สึกถึงความสงบและสันติสุข

    <วัดโทโคจิ>
    วัดแห่งนี้เหมือนทำให้เราอยู่ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น เป็นสถานที่ที่ให้ประสบการณ์แสนวิเศษแก่เรา
    เป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศเงียบและสงบ การได้เที่ยวชมทำให้เกิดความรู้สึกประทับใจไม่รู้ลืม

    <ทดลองใส่ชุดคิโมโนะ>
    การใส่ชุดคิโมโนะถือว่าเป็นประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน ไม่ใช่แค่ว่าได้เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านรูปภาพหรืออ่านเท่านั้น แต่ตัวเองยังสามารถลองมีประสบการณ์ได้ด้วยตัวเอง
    สามารถใส่ชุดคิโมโนะเดินถนนเที่ยวรอบๆ ในเมืองได้จึงรู้สึกสนุกมาก
    การใส่คิโมโนะเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน ผู้หญิงที่ได้ลองใส่คิโมโนะสามารถเข้าใจได้ถึงความคิดของผู้หญิงญี่ปุ่นสมัยก่อนที่ใส่ชุดแบบนี้
    ร้านอยู่ใกล้กับสวนญี่ปุ่นที่สวยงามและถนน สามารถถ่ายรูปสวยๆ เป็นที่ระลึกในการมาเที่ยวญี่ปุ่นได้
    พอได้เดินบนถนนเงียบๆ ที่ไม่ค่อยมีผู้คนทำให้ลืมเวลาไปเลย

    <อาหารกลางวัน :คาเฟ่ในสวนโฮะโตะริเต>
    เป็นคาเฟ่ที่สวยงาม เรียบง่ายแต่การตกแต่งดูมีสไตล์
    ระหว่างรับประทานอาหารสามารถมองไปยังสวนได้
    ฉันสั่งข้าวแกงกระหรี่ไป มีรสชาติอร่อยเหมือนอาหารที่ทำทานเองที่บ้าน แต่การจัดตกแต่งดูละเอียดอ่อนและสวยงาม

รถบัส JR ชูโกคุ และรถบัสโบโช ("ซุเปอร์ฮะกิโก")
ฮะกิเมอิรินเซ็นเตอร์ -> สถานีชิน-ยะมะกุชิ
ประมาณ 60 นาที / 1,550 เยน

รถบัสอุเบะ
สถานีชิน-ยะมะกุชิ→ท่าอากาศยานยะมะกุชิอุเบะ
ประมาณ 30 นาที / 890 เยน (สิงหาคม, 2016)

ท่าอากาศยานยะมะกุชิอุเบะmore

ท่าอากาศยานยะมะกุชิอุเบะเป็นท่าอากาศยานบริเวณชายฝั่งที่มีอัตราการใช้บริการสูงและอยู่ใกล้กับเมือง งดงามไปด้วยสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่เขียวขจีและบรรยกาศสงบของทะเลในเซโตะ
ท่าอากาศยานเอาใจใส่ในสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ และมี "สวนฟุเระอะอิ" ที่มอบความสงบสุขและความอบอุ่นแก่ผู้คน
กุหลาบกว่า 900 ต้น (140 พันธุ์) ปลูกอยู่ในท่าอากาศยาน
ล็อบบี้ผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ 2F มีร้านค้าเรียงรายจำหน่ายของที่ระลึกต่างๆ ที่เป็นตัวแทนของจังหวัดยะมะกุชิ เช่น ของหวาน, ลูกชิ้นปลาคามะโบโกะ, ปลาปักเป้า และสาเกหมักท้องถิ่น
เมนูอาหารของร้านอาหารต่างๆ ที่อยู่ชั้นสองเกี่ยวข้องกับดอกกุหลาบ แล้วทำไมไม่ลองไปผ่อนคลายที่ล็อบบี้ 2F หลังจากเดินเล่นรอบสวนล่ะ

ANA (ANA Experience JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ในการท่องเที่ยวระหว่างโตเกียวกับจังหวัดยะมะงุจินั้น ฉันได้รับประสบการณ์ในการใช้ชีวิตระหว่างเมืองใหญ่กับชนบท การได้ใช้ชีวิตที่หลุดออกจากกรอบธรรมดาๆ และได้เยี่ยมเยียนเมืองที่ไม่ค่อยมีในคู่มือนำเที่ยวนั้นเป็นอะไรที่สุดยอดมาก
การท่องเที่ยวในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มาเยือนญี่ปุ่น ได้ทานอาหารญี่ปุ่นจริงๆ ใส่ชุดกิโมโน แช่อนเซน นับเป็นประสบการณ์ใหม่ที่หลากหลาย

Victoria Brewood
บล็อกเกอร์
ที่อยู่อาศัย:สหราชอาณาจักร
  • งานอดิเรก

    ท่องเที่ยว, การกิน

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    ครั้งแรก

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ฉันรู้สึกสนุกมากกับทัวร์ครั้งนี้เพราะได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาอันสั้น
วิธีการเดินทางก็อุ่นใจได้ และรู้สึกผ่อนคลายระหว่างเดินทางด้วย
ฉันอยากจะแนะนำจังหวัดยะมะงุจิให้กับผู้ที่อยากจะสัมผัสกับเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นที่คนไม่พลุกพล่านหนาแน่นอย่างเช่น เกียวโต นารา เป็นต้น

Lily Crossley-Baxter
ผู้เขียนคอลัมน์ในTOKYO CHEAPO
ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
สถานที่เกิด:สหราชอาณาจักร
  • งานอดิเรก

    วัฒนธรรม (ศิลปะ วรรณกรรม) , สำรวจท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ, อาหาร

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    2 ปี

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การเดินทางที่แนะนำ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

Back to Top

COPYRIGHT © CHUGOKU+SHIKOKU × TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.