We use cookies on this site to enhance your user experience. If you continue to browse, you accept the use of cookies on our site. See our cookies policy for more information.
Accept
TOKUSHIMA
  • TOKYO
  • TOKUSHIMA

SCENIC BEAUTY

สวนฮามะริคิวเป็นหนึ่งในสวนที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว และเป็นโอเอซิสอันเงียบสงบท่ามกลางอาคารสูง หลังจากเพลิดเพลินกับสวนสวยแล้ว เดินทางต่อไปที่สะพานคาซุระบาชิแห่งอิยะในจังหวัดโทคุชิมะ สะพานแขวนยาวข้ามช่องเขาที่เคยใช้สำหรับการขนส่งสินค้า ทัศนียภาพของธรรมชาติอันตระการตาที่คุณจะได้เห็นระหว่างข้ามสะพานช่างน่าตื่นตาตื่นใจ การเดินทางครั้งนี้จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินและอิ่มเอมใจไปกับทัศนียภาพอันงดงามอย่างแท้จริง

Official Tokyo Travel Guide
https://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
https://discovertokushima.net/en

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : December 2017 Ian Livingston
    บรรณาธิการ
    ที่อยู่อาศัย:สหรัฐอเมริกา
  • Traveled : December 2017 Nicholas Rich
    บรรณาธิการ/นักเขียน
    ที่อยู่อาศัย:คานากาวะ
    สถานที่เกิด:สหรัฐอเมริกา

ท่าอากาศยานนานาชาติ ลอสแองเจลิส

ANA105 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • Ian Livingston

    เครื่องบินของสายการบิน ANA ที่ผมโดยสารในการเดินทางข้ามประเทศนั้นสะดวกสบายและมีที่นั่งที่กว้างขวางกว่าปกติ ตัวเลือกความบันเทิงบนเครื่องประกอบไปด้วยภาพยนต์หลากหลายเรื่องและอาหารก็รสชาติดีจริงๆ อีกทั้งเที่ยวบินยังตรงเวลาและมีทีมพนักงานชุดใหญ่ที่เต็มใจต้อนรับอย่างน่าประทับใจ

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียวmore

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

เป็นประตูเข้าออกทางอากาศของโตเกียว ภายในอาคารผู้โดยสารเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์มากมาย สามารถชมทิวทัศน์ของอ่าวโตเกียวได้จากจุดชมวิวบนดาดฟ้า ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้โดยสารที่จะเดินทางก็สามารถเพลิดเพลินได้

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

สวนฮามะ ริคิวmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

สวนฮามะ ริคิว

มีสระน้ำที่ดึงเอาน้ำทะเลเข้ามาและสระที่ใช้ล่านกเป็ดน้ำ 2 ที่ ในสมัยเอโดะ เป็นปราสาทสาขาของปราสาทเอโดะ โดยใช้เป็นสวนของตระกูลโชกุนโทขุกาว่า กล่าวกันว่าถูกทำให้เสร็จเรียบร้อยจนเป็นรูปร่างของสวนในปัจจุบันในยุคของอิเอะนะริ โชกุนคนที่ 11 หลังจากฟื้นฟูยุคเมจิได้กลายเป็นที่ประทับสำหรับแปรพระราชฐานของราชวงศ์ และเปลี่ยนชื่อเป็น "ฮามะริคิว"

  • Ian Livingston

    แม้กระทั่งใจกลางกรุงโตเกียว คุณก็ยังจะได้เห็นโลกแห่งธรรมชาติอันสวยงาม ตึกสูงของสำนักงานและโรงแรมที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังตัดกับความสงบที่ถูกโอบล้อมอยู่ด้านในของสวนเหล่านี้ ซึ่งอยู่ติดกับอ่าวโตเกียวและเป็นที่พักพิงของต้นสนที่คดงอ ดอกไม้แสนสวยที่เบ่งบานตามฤดูกาล และร้านน้ำชาที่อยู่กลางน้ำ

  • Nicholas Rich

    สวนฮามะริคิวเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เห็นความงดงามของธรรมชาติที่ใจกลางย่านที่วุ่นวายที่สุดในโตเกียว เมื่อมาที่นี่ คุณจะได้เห็นทั้งใบไม้สีสันสดใสของฤดูใบไม้ร่วง ต้นซากุระที่ออกดอกบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ ดอกโบตั๋น และดอกไม้อื่นๆ ดังนั้นจึงมีเหตุผลให้เรามาเยี่ยมชมที่นี่ในทุกฤดูกาล

นั่งวอเตอร์บัสจากฮามาริเคียวมาเอะ

วอเตอร์บัส (เรือโตเกียวครูซ)more

วอเตอร์บัส (เรือโตเกียวครูซ)

เพลิดเพลินกับการล่องเรือชมภาพและเสียงไปตามแม่น้ำสุมิดะประมาณ 60 นาที ฟังเสียงบรรยายไปพร้อมกันเพื่อเรียนรู้และดูว่าท่าเรือของโตเกียวมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

  • Ian Livingston

    เรือโดยสารเป็นทั้งกิจกรรมและทางเลือกในการหลีกหนีจากระบบรถไฟใต้ดินของกรุงโตเกียวที่แน่นขนัดในบางช่วงเวลา ตั๋วเรือโดยสารราคาถูกและซื้อง่ายโดยพนักงานที่อยู่ใกล้ๆ จะคอยให้ความช่วยเหลือ ในแต่ละท่าที่เรือเทียบจะมีพนักงานผลัดเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่และมีป้ายบอกรายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษด้วย ผมได้ค้นพบว่าเรือโดยสารเป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมในการสัมผัสกับกรุงโตเกียวในยุคเริ่มแรก

  • Nicholas Rich

    มีเรือโดยสารสำหรับสัญจรในแม่น้ำสุมิดะในหลากหลายเส้นทาง แต่เส้นทางที่เราเลือกคือทางที่นำเราไปสู่ใจกลางย่านอาซาคุสะ ไม่ว่าคุณจะเลือกทัวร์แบบไหนก็จะได้เห็นวิวทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำที่เป็นที่ตั้งของอาคารทางประวัติศาสตร์ของย่านนี้ เช่น อาหารสำนักงานใหญ่ของโรงเบียร์อาซาฮี และโตเกียวสกายทรี

หลังลงจากวอเตอร์บัสที่อาซากุสะ เดินต่อประมาณ 5 นาที / สถานีอาซากุสะ

  • Ian Livingston

    ร้านอาโออิ มารุชิน มีอายุกว่า 70 ปีแล้วและเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ เท็มปุระ (เท็นดง) ถูกเสิร์ฟมาในปริมาณที่พอเหมาะและผ่านการทอดในส่วนผสมน้ำมันงาที่พอดี (และไม่ดำ) อาหารจานหลัก (ประกอบไปด้วยกุ้ง ปลาหมึก ปลาเนื้อขาว มันเทศ พริกหวาน) รสชาติอร่อยและเสิร์ฟให้ทานพร้อมกับเกลือและวาซาบิบดในชามตรงกลางโต๊ะ ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากวัดอาซาคุสะโดยสามารถเดินมาได้

    คงจะไม่มากเกินไปที่จะบอกว่าหนังสือนำเที่ยวส่วนใหญ่จัดอันดับให้วัดพุทธเซ็นโซจิเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เก่าแก่ที่สุดและมีส่วนสำคัญในการช่วยสนับสนุนกรุงโตเกียว ตัววัดและเจดีย์ห้าชั้นที่อยู่ใกล้กันซึ่งมีสีแดงสดใสตัดกับทิวทัศน์ของเมืองทำให้การเดินผ่านประตูสีแดง โคมไฟ และทางเดินที่เต็มไปด้วยแผงขายของขบเคี้ยวกับแผ่นคำอธิษฐานของผู้คนที่ห้อยอยู่กับเส้นลวดเพื่อมาถึงยังวัดแห่งนี้นับว่าเป็นการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ตรงถนนด้านข้างที่ตัดออกไปจากบริเวณของวัดยังมีร้านขนมปังเมล่อนเล็กๆ ร้านซูชิแบบยืนทาน ร้านเมนจิคัตสึ และไอศกรีมมันเทศ...

  • Nicholas Rich

    อาหารชุดของร้านอาโออิมารุชินประกอบไปด้วยเท็มปุระที่ฉ่ำกรอบ การตกแต่งภายในของร้านที่เป็นรูปแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะในห้องที่แขกจะได้นั่งกับพื้นเป็นสิ่งที่จะทำให้รับรู้ได้ถึงประวัติศาสตร์ของประเทศนี้

    อาซาคุสะเป็นย่านที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์มากที่สุดในโตเกียว เพราะเป็นที่ตั้งของวัดอันโด่งดัง (เซ็นโซจิ) ที่มีประตูคามินาริมงอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนหลายพันคนให้มาเยือน บริเวณรอบๆ วัดมีร้านอาหารหน้าตาน่าทานมากมาย รวมทั้งยังมีศูนย์ศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นอีกหลายแห่ง คุณอาจจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ทั้งวันเพื่อสำรวจและค้นพบว่ายังมีอีกหลายแห่งให้ได้ค้นหา

โดยสารรถไฟโทเอ สายอาซากุสะ ประมาณ 4 นาที / อาซากุสะ → โอชิอาเกะ

โตเกียวสกายทรี®more

โตเกียวสกายทรี®

โตเกียวสกายทรี®มีความสูง 634 เมตรซึ่งได้รับการรับรองจากกินเนสส์เวิลด์เร็กคอร์ด™ เป็นหอคอยที่สูงที่สุดในโลก จากเท็มโบเด็ค (จุดชมวิว) สูงเหนือพื้นดิน 350 เมตร สามารถมองเห็นทัศนียภาพทั้งหมดของภูมิภาคคันโตหรือแม้แต่ภูเขาไฟฟูจิในระยะไกลในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ยิ่งไปกว่านั้น จากเท็มโบไคโร (ระเบียงชมวิว) ที่สูงขึ้นไปอีก 100 เมตร สูงเหนือพื้นดิน 450 เมตร สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของคันโตได้ นอกจากนี้ในตอนกลางคืน หอคอยจะส่องสว่างไปด้วยแสงไฟสีฟ้าอ่อน "อิกิ" และสีม่วง "มิยะบิ" สลับกันไปมาทุกคืน ในแต่ละฤดูกาลจะมีการเปลี่ยนเป็นแสงไฟสีพิเศษโตเกียว ที่ฐานของหอคอย มี "โตเกียวโซระมาจิ®" ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่มีร้านค้ากว่า 300 ร้านและร้านอาหาร และยังมีท้องฟ้าจำลอง , พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งวัน โตเกียวสกายทรีถือเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกของโตเกียว

  • Ian Livingston

    ผมชอบสกายทรี ร้านอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายร้านที่ตั้งอยู่ที่นี่จัดว่าดีมาก นอกจากนั้นยังมีท้องฟ้าจำลอง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และนิทรรศการอวกาศ/หุ่นยนต์ที่แบ่งออกเป็นสองส่วนซึ่งคุณสามารถลองบังคับรถสำรวจอวกาศขนาดจิ๋วได้ และยังมีอะไรให้ทำอีกมากมาย จากบริเวณชั้นที่เปิดให้ชมวิวทิวทัศน์ของสกายทรี คุณจะมองเห็นกรุงโตเกียวได้ทั้งเมือง ถ้าไม่ได้ไปที่นี่ก็เท่ากับว่าคุณได้พลาดอะไรบางอย่างไปเลยทีเดียว

    ในบรรดาร้านอาหารดีๆ ที่สกายทรี ร้านทามะฮิเดะเป็นร้านที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตมากที่สุด ร้านทามะฮิเดะ จิโนะ สาขาแรกเปิดตั้งแต่ปี 1760! ผมมีความสุขกับการทานโอยะโคดงแสนอร่อย ซึ่งเป็นอาหารที่ประกอบไปด้วยไก่ ไข่ และต้นหอมหั่นฝอยราดซอสถั่วเหลืองแบบหวานโดยเสิร์ฟมาบนข้าว ฉันเข้าใจว่านี่คือจานเด็ดของที่นี่เลย

  • Nicholas Rich

    โตเกียวสกายทรีซึ่งเป็นหอคอยสูง 634 เมตร (ราว 2,080 ฟุต) เป็นสัญลักษณ์แห่งสถาปัตยกรรมและความชาญฉลาดของญี่ปุ่น จากจุดชมวิวบนตึกที่ความสูง 450 เมตร สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองได้อย่างชัดเจน (รวมถึงภูเขาฟูจิด้วยในวันที่อากาศดี) จนยากที่จะหาที่ไหนเทียบได้ นอกจากนั้น การเปิดไฟตึกในเวลากลางคืนยังทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การชมจากระยะไกล

    ทามาฮิเดะอิจิโนะเป็นร้านอาหารเล็กๆ ในศูนย์การค้าสกายทรีทาวน์ ซึ่งเหมาะสำหรับการทานมื้อค่ำ อาหารแบบชุดประกอบไปด้วยเมนูไก่รสชาติอร่อยหลากหลายจาน ที่เป็นที่นิยมที่สุดคือ ข้าว "โอยาโกะ" (ไก่และไข่) ชามยักษ์ ซึ่งประกอบไปด้วยไข่เจียวฟูราดมาบนข้าวซึ่งผสมกับชิ้นเนื้อไก่นุ่มๆ ส่วนพุดดิ้งฉ่ำๆ หนาๆ ซึ่งเป็นของหวานนั้นเหมือนชีสเค้กมากกว่าพุดดิ้งและรสชาติดีมาก

ประมาณ 4 นาที

โรงแรมริชมอนด์ พรีเมียร์ โตเกียว โอชิอาเกะ

  • Ian Livingston

    โรงแรมริชมอนด์ โฮเทล พรีเมียร์ โตเกียว โอชิอะเกะ มีเตียงนอนที่สบายจนผมรู้สึกประหลาดใจและตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของสกายทรีพอดิบพอดี มีสถานีรถไฟใต้ดิน (โอชิอะเกะ) และซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ใกล้กับสกายทรีซึ่งถือว่าสะดวกมาก

  • Nicholas Rich

    โรงแรมริชมอนด์โฮเทลพรีเมียร์โตเกียวโอชิอะเกะนั้นตั้งอยู่ถัดจากโตเกียวสกายทรีเลย การตกแต่งภายในโรงแรมเป็นแบบสมัยใหม่และห้องก็กว้างและอยู่สบาย ผมประทับใจกับสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งไม่ได้มีแค่สัญญาณ Wi-Fi ฟรีเท่านั้น แต่ยังมีสมาร์ทโฟนประจำห้องสำหรับช่วยให้แขกผู้เข้าพักหาเส้นทางภายในย่านนี้และเที่ยวให้สนุกที่สุดด้วย พนักงานหลายคนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้และผมเห็นพวกเขาตอบคำถามของแขกหลายๆ คน

วันที่สอง

SHIKOKU(TOKUSHIMA)

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

ANA (ANA Expericence JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

  • Ian Livingston

    เที่ยวบินภายในประเทศของสายการบิน ANA ไปยังเมืองโทคุชิมะนั้นตรงเวลาถึงแม้ว่าเราจะขึ้นเครื่องก่อนเครื่องออกเพียงแค่ 15 นาที ฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก อาคารผู้โดยสารภายในประเทศที่ฮาเนดะนั้นสะดวกสบาย การเดินทางบนเครื่องเองก็สบายเช่นกัน

  • Nicholas Rich

    รถไฟใต้ดินสายอาซาคุสะที่สถานีโอชิอาเกะ คือ รถไฟสายตรงสู่สนามบินฮาเนดะ กระบวนการเช็กอินที่สนามบินนั้นง่ายพอๆ กับการสแกนบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์เลย เที่ยวบินภายในประเทศของสายการบิน ANA นั่งสบาย มีพื้นที่ให้เหยียดแข้งขาและมีเครื่องดื่มฟรีบริการด้วย ทิวทัศน์ของภูเขาฟูจิเมื่อมองจากเครื่องบินนั้นสวยจนแทบลืมหายใจ การเดินทางจากโตเกียวไปยังจังหวัดโทคุชิมะใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้น การเดินทางสิ้นสุดลงก่อนที่ผมจะทันได้รู้ตัวเสียอีก สนามบินโทคุชิมะนั้นเล็กแต่เต็มไปด้วยพนักงาน ซึ่งก็ทำให้การหาทางไปยังจุดต่างๆ นั้นง่ายถึงแม้ว่าคุณจะพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เลยก็ตาม

สนามบินโทคุชิมะอะวะโอโดริmore

สนามบินโทคุชิมะอะวะโอโดริ

นอกจากเที่ยวบินไปกลับระหว่างโทคุชิมะและโตเกียว 11 เที่ยวต่อวันแล้ว สนามบินนี้ยังเพิ่มเที่ยวบินไปกลับระหว่างโทคุชิมะและฟุกุโอกะ 1-2 เที่ยวต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2018 เป็นต้นมา และเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2018 สนามบินแห่งนี้ได้เปิดอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่เพื่อรองรับเส้นทางการบินระหว่างประเทศอีกด้วย

สนามบินโทะคุชิมะอะวะโอะโดะริ→JRสถานีโทะคุชิมะ(ลิมูซีนบัส/ระมาณ 30 นาที)

  • Ian Livingston

    การแสดงศิลปะหุ่นมือซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของภูมิภาคนี้นั้นดำเนินไปโดยไม่มีภาษาอังกฤษประกอบ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับผมเลย ภาษาและบทขับร้องนั้นสวยงามและช่วยให้เข้าใจเรื่องราวที่กำลังดำเนินอยู่ นอกจากนั้น ในพิพิธภัณฑ์ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงละครหุ่นยังมีหุ่นมือให้คุณได้ลองเล่นด้วย

  • Nicholas Rich

    ผมไม่เคยได้ยินเรื่องอาวะนินเกียวโจรุริ หรือโรงละครหุ่นโบราณซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของโทคุชิมะมาก่อนเลย ดังนั้น ผมจึงไม่รู้ว่าจะได้เห็นอะไรบ้าง โรงละครที่ทำการแสดงนั้นสวยงาม รายละเอียดที่ทำด้วยมือที่น่าอัศจรรย์ซึ่งผสมผสานเข้ากับการเคลื่อนไหวอย่างอ่อนช้อยของนักเชิดหุ่นมือนั้นทำให้หุ่นมีชีวิตขึ้นมาอย่างแท้จริง ผมมีโอกาสได้สัมผัสกับหุ่นเหล่านี้กับมือของตัวเองในพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ติดกันซึ่งเป็นเรื่องที่สนุกจริงๆ

JRสถานีโทะคุชิมะ →JR สถานีโอโบะเคะ(ราคารถด่วน ประมาณ 110 นาที)

  • Ian Livingston

    ศูนย์บริการบนทางหลวงเส้นทางจากโทคุชิมะไปสู่โตรกธารโคโบเกะและโอโบเกะมีอาหารอร่อยๆ ให้แวะรับประทาน สุกี้ยากี้เนื้อวัวหมักโชยุคือเมนูที่อร่อยที่สุดที่ผมได้ลองที่ประเทศญี่ปุ่น

หุบเขาโอโบะเคะ โคะโบะเคะ (เรือชมช่องแคบโอะโบะเคะ)more

หุบเขาโอโบะเคะ โคะโบะเคะ (เรือชมช่องแคบโอะโบะเคะ)

"ช่องแคบหุบเขาโอโบะเคะโคะโบะเคะ" เกิดขึ้นเมื่อ 200 ล้านปีก่อนโดยเกิดจากกระแสน้ำเชี่ยวในแม่น้ำโยชิโนะตัดผ่านเทือกเขาชิโกะกุ ทำให้เกิดหุบเขาความยาวประมาณ 8 กิโลเมตรมีภูมิทัศน์ที่สวยงามราวกับหินก้อนใหญ่ยักษ์ถูกแกะสลัก เรือชมหุบเขาช่องแคบโอโบะเคะทำให้เข้าไปชมทัศนียภาพได้อย่างใกล้ชิด มีไกด์ทรงคุณวุฒิอธิบายลายละเอียดให้ฟังจากหัวเรือ พร้อมกับชมทัศนียภาพที่สวยงามของช่องเขาทั้งสองฝั่งได้

  • Ian Livingston

    เมื่อได้อยู่ตรงระหว่างกำแพงหินที่แวววาวเป็นเงาก็รู้สึกเหมือนว่าญี่ปุ่นอยู่ห่างไกลออกไป นักเดินทางหลายคนหาทางมายังที่นี่เอง ผมรู้สึกประทับใจกับการต้อนรับอย่างเต็มอกเต็มใจของพนักงานหน้าตายิ้มแย้มที่นี่

  • Nicholas Rich

    โอโบเกะและโคโบเกะ คือ โตรกธารของแม่น้ำโยชิโนะที่ตัดลึกลงไปในภูมิประเทศแบบภูเขาของเมืองชิโกกุตั้งแต่เมื่อกว่า 200 ล้านปีมาแล้ว (!!) โตรกธารแห่งนี้มีความยาวราว 8 กิโลเมตร (เกือบ 5 ไมล์) การล่องเรือท่องเที่ยวไป-กลับใช้เวลาประมาณ 25 นาที โดยมีคนขับเรือซึ่งสนุกกับการได้แบ่งปันเรื่องราวของภูมิภาคเป็นผู้นำเที่ยว ผมอยากจะกลับไปที่นั่นอีกครั้งและดูว่าในแต่ละฤดูจะเป็นอย่างไรบ้าง บางทีอาจจะขึ้นรถไฟที่แล่นเลียบแม่น้ำไป

ป้ายรถเมล์"โอโบะเคะเอะคิมาเอะ"→ป้ายรถเมล์"คะซึระบะชิ"(ประมาณ 35 นาที)

สะพานอิยะโนะคะซึระบะชิmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

สะพานอิยะโนะคะซึระบะชิ

สะพานอิยะโนะคะซึระบะชิเป็นหนึ่งในสะพานโบราณที่มีความแปลกติด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น สร้างจากไม้เนื้อแข็งหนัก 5 ตัน ทุกๆ 3 ปีจะมีการบูรณะซ่อมแซมใหม่ เมื่อก้าวหนึ่งก้าวสะพานจะสั่นไหวเล็กน้อย นี่คือความตื่นเต้นของการข้ามสะพานนี้ (ความยาว 45 เมตร ความกว้าง 2 เมตร ห่างจากผิวน้ำ 14 เมตร จัดเป็นมรดกทางทรัพย์สินที่มีตัวตนภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาติ)

  • Ian Livingston

    สะพานไม้อิยะนั้นเหมือนหลุดออกมาจากในนิทานหรือตำนาน เถาวัลย์ที่พันเกี่ยวกันอย่างแน่นหนาคือโครงกระดูกและเนื้อหนังมังสาของทางเดินเหนือแม่น้ำแห่งนี้ ซึ่งห้อยและส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดในทุกก้าวย่างที่เดิน ผมรู้สึกว่ามันสนุกตื่นเต้น แต่ถ้าคุณกลัวความสูงหรือกลัวสะพาน ขอบอกให้สบายใจได้เลยว่าคนส่วนใหญ่ข้ามสะพานนี้กันอย่างเชื่องช้าเหมือนกับหอยทาก นอกจากนั้น ที่ฝั่งตรงข้ามยังเป็นที่ตั้งของน้ำตกที่สวยงามอีกด้วย

  • Nicholas Rich

    สะพานไม้อิยะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องเห็นก่อนถึงจะเชื่อ สะพานแห่งนี้เป็นหนึ่งในสะพานที่พาดผ่านหุบเขาอิยะ และไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อไหร่ ทุกวันนี้ สะพานถูกเสริมด้วยสายเคเบิลอะลูมิเนียม แต่ก็ยังคงส่วนประกอบเถาวัลย์หนัก 5 ตันเอาไว้ (!!) ซึ่งเถาวัลย์เหล่านี้จะถูกเปลี่ยนทุกๆ สามปี ผมไม่กลัวความสูง แต่การที่สะพานโคลงเคลงไปมาในแต่ละก้าวที่เดินไปก็ทำให้รู้สึกโหวงๆ ในตอนแรกและภาพทิวทัศน์ที่มองเห็นระหว่างไม้กระดานก็ทำให้หัวใจผมเต้นถี่ มันคือประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นซึ่งยิ่งดีขึ้นไปอีกด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาเอง

ป้ายรถเมล์「คะซึระบะชิ」→ป้ายรถเมล์「โอโบะเคะเอะคิมาเอะ」(ประมาณ 35 นาที)
ใช้บริการรถรับส่งจากทางโรงแรมฟรีที่สถานี โอโบะเคะ

โรงแรมมังนะกะ

  • Ian Livingston

    มีคนบอกกับผมว่าโรงแรมในภูมิภาคนี้ของโทคุชิมะควรจะต้องมีบ่อออนเซ็นที่ดี ที่โรงแรมโอโบเกะเคียวมันนากะก็มีบ่อออนเซ็นที่ดี (และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ลองแช่ออนเซ็น) ห้องพักขนาดใหญ่ของผมมีพื้นที่มากพอสำหรับเตียงแบบตะวันตกหลังใหญ่และมุมที่ปูเสื้อทาทามิ อาหารซึ่งเสิร์ฟพร้อมสาเกที่ผลิตในท้องถิ่นนั้นทำให้ผมอิ่มท้องและมีซุปรสชาติเยี่ยมให้ทานเรียกน้ำย่อยก่อนด้วย

  • Nicholas Rich

    โรงแรมโอโบเกะเคียวมันนะกะอยู่ใกล้กับโอโบเกะ-โคโบเกะมาก ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุดในการหยุดพักเมื่อวางแผนท่องเที่ยวในบริเวณนี้ ห้องที่ผมพักกว้างมากเสียจนน่าจะเป็นห้องสำหรับครอบครัว ฝักบัวในห้องน่ารักมากจริงๆ แต่ผมชอบแช่ในบ่อน้ำร้อนกลางแจ้งมากกว่า อาหารทั้งมื้อเย็นและมื้อเช้าสุดยอดมาก ประกอบไปด้วยอาหารญี่ปุ่นจากเล็กที่ผ่านการปรุงอย่างมีศิลปะซึ่งทำมาจากวัตถุดิบในท้องถิ่นและมีโปรตีน

วันที่สาม

โรงแรมมังนะกะ

  • Nicholas Rich

    ก่อนที่จะออกจากโรงแรมโอโบเกะเคียวมันนะกะ เราแวะไปที่เนินเขารอบๆ เพื่อดูอุนไค ซึ่งก็คือทะเลหมอกที่ล่องลอยจากเทือกเขาลงมายังโตรกโอโบเกะ-โคโบเกะเบื้องล่าง ต้นไม้สีสันสดใสที่ถูกห้อมล้อมด้วยหมอกในแสงแดดยามเช้านั้นเป็นภาพที่สวยงามเหมาะสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่

JRสถานีโอโบะเคะ →JR สถานีโทะคุชิมะ(ราคารถด่วน/ประมาณ 110 นาที)

ป้ายรถเมล์"สถานีโทะคุชิมะ"→ป้ายรถเมล์"นะรุโตะโคเอง"(ประมาณ 80 นาที)

  • Ian Livingston

    ถนนอุดัตสึนั้นมีอายุหลายร้อยปีแล้ว แต่ยังคงความสวยงามเหมือนภาพในโปสการ์ดอยู่ ที่นี่ยังคงสภาพความเป็นเมืองยุคโบราณที่งดงามแบบญี่ปุ่นเหมือนกับที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ บ้านหลังเก่าของพ่อค้าครามซึ่งเคยอาศัยและทำมาค้าขายอยู่ที่นี่ได้กลายเป็นที่เก็บสมบัติมีค่า อย่างเช่น ร่มไม้ไผ่แบบสานด้วยมือและผลงานหัตถกรรมของปรมาจารย์ โดยที่นี่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้

    ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟ่ต์ตั้งอยู่ใกล้กับช่องแคบคีซุยโด ผมทานอุด้ง สาหร่าย และซูชิไปเยอะมาก และยังทานไอศกรีม (ซอฟต์ครีม) มันเทศด้วย

    ผมต้องขอบอกว่าพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอตสึกะมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ภาคภูมิใจ งานจำลองชิ้นงานศิลปะตะวันตกที่โด่งดังระดับโลกกว่า 1,000 ชิ้นจากพิพิธภัณฑ์กว่า 190 แห่งถูกนำมาตัดและวางลงบนชิ้นกระเบื้องอย่างแม่นยำโดยยังคงขนาดของชิ้นงานดั้งเดิมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม มีทั้งภาพวาดอาหารมื้อสุดท้าย ทั้งก่อนและหลังยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ภาพวาดโมนาลิซ่า ภาพวาดเกอร์นิคา ... คุณสามารถดูภาพเหล่านี้ใกล้ๆ และสัมผัสเบาๆ ได้ด้วย!

  • Nicholas Rich

    ถนนอุดัตสึในเมืองวาคิมาจิเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างดั้งเดิมที่ถูกรักษาเอาไว้เป็นอย่างดีที่สุดของประเทศนี้ ถนนสายนี้ยาวประมาณ 430 เมตร ประกอบไปด้วยอาคารจำนวน 85 หลัง โดยส่วนใหญ่ยังคงถูกใช้เป็นที่พักอาศัยอยู่จนถึงทุกวันนี้ ถนนสายนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมโดยเสียค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย ซึ่งคุณจะได้เห็นการใช้ชีวิตแบบยุคสมัยเอโดะ อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้บรรยากาศของถนนอุดัตสึพิเศษก็คือ ที่นี่ไม่มีเสาไฟฟ้าหรือสายไฟให้เห็น โดยทั้งหมดถูกฝังเอาไว้ใต้ดิน แน่นอนว่าผมไม่อาจจะเข้าใจรายละเอียดอันซับซ้อนที่ทำให้ถนนอุดัตสึพิเศษได้หากไม่ได้รับการอธิบายข้อมูลจากไกด์อาสาสมัครของเรา ซึ่งเป็นหญิงสาวน่ารักชาวท้องถิ่นที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม

    โรงแรมเรอเนสซองซ์นารูโตะรีสอร์ทเป็นโรงแรมติดมหาสมุทรที่หรูหรา เราแวะที่นี่เพื่อทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์ ซาชิมิปลากระพงของที่นี่สดจนแทบไม่น่าเชื่อ โดยเนื้อปลามีรสสัมผัสที่มันและแน่น ผมลุกขึ้นไปตักอาหารตั้งหลายหน ไอศกรีมฟักทองของที่นี่เหมาะสำหรับการปิดท้ายมื้ออาหารแบบเบาๆ อย่างมีรสชาติ

    พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอตสึกะทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจมาก พิพิธภัณฑ์กว้างใหญ่สูงห้าชั้นนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติและเป็นที่จัดแสดงภาพจำลองผลงานศิลปะตะวันตกชิ้นเอกกว่า 1,000 ชิ้น ตั้งแต่ภาพวาดบนกำแพงในยุคโบราณไปจนถึงภาพวาดสมัยใหม่ ผลงานชิ้นเอกที่ว่านี้ถูกนำมาทำใหม่ให้มีขนาดเท่าเดิมโดยใช้แผ่นกระเบื้อง ส่วนที่ดีที่สุดของที่นี่อาจจะเป็นการที่ผลงานศิลปะเหล่านี้ไม่มีรั้วกั้นจำกัดการชมแตกต่างจากผลงานชิ้นต้นแบบ ทำให้ผู้มาเยือนสามารถชมผลงานได้อย่างใกล้ชิดเท่าที่ต้องการโดยไม่ต้องกลัวว่าจะไปทำลายชิ้นงาน ผมสนุกกับการชื่นชมผลงานอันน่าตื่นตาตื่นใจเหล่านี้ที่มาจากหลากหลายยุคสมัย อย่าลืมแวะที่ร้านของที่ระลึกก่อนกลับนะครับ! ผมขอแนะนำให้ซื้อเข็มกลัดน่ารักๆ ที่วางขายอยู่ที่นั่น และแคตตาล็อกผลงานจัดแสดงทั้ง 100 ชิ้นที่เป็นภาษาอังกฤษด้วย

กระแสน้ำวนนารุโตะอุซุชิโอะ
(อุซุโนะมิจิ)
more

กระแสน้ำวนนารุโตะอุซุชิโอะ<br> (อุซุโนะมิจิ)

"อุซึโนะมิจิ" คือทางเดินใต้สะพานโอนะรุโตะเคียวที่ข้ามคาบสมุทรนะรุโตะ (ทางใต้รถวิ่ง) ทางเดินมีความยาว 450 เมตร สุดทางเดินทีหอชมวิว มีการใช้พื้นที่ของคานสะพานเป็นทางหลบภัย จากด้านบนของหอชมวิวอยู่สูงกว่าระดับน้ำ 45 เมตร มองลงมาจากพื้นกระจกจะเห็นกระแสน้ำวนอุซึชิโอะและเสียงคำราทของกระแสน้ำที่ไหลมาปะทะกันได้อย่างดี

  • Ian Livingston

    ทีมฟุตบอลท้องถิ่นได้ชื่อตามกระแสน้ำวนนี้ สายลมพัดสายน้ำด้วยความรุนแรงแบบผิดปกติในวันที่ผมเดินทางไป นั่นทำให้การล่องเรือในกระแสน้ำวนตื่นเต้นมากกว่าที่มันอาจจะเป็น

  • Nicholas Rich

    ช่องแคบนารูโตะแบ่งแยกชิโกกุออกจากเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะหลักของญี่ปุ่น โดยมีสะพานโอนารูโตะเชื่อมเกาะชิโกกุและเกาะหลักเข้าด้วยกัน สะพานโอนารูโตะซึ่งสร้างขึ้นในปี 1985 กว้าง 876 เมตร ยาวรวม 1,629 เมตร (กว้างประมาณ 2,900 ฟุต และยาวรวม 5,300 ฟุต) สะพานแห่งนี้มีทางเดินเท้าอยู่ใต้เส้นทางเดินรถ ซึ่งเรียกว่า อุซุ โนะ มิจิ โดยอยู่สูงกว่าระดับน้ำ 45 เมตร จึงเป็นจุดที่เหมาะในการชมทิวทัศน์ของนารูโตะ อุซุชิโอ! ฤดูหนาวเป็นช่วงที่กระแสน้ำแรงที่สุดและกระน้ำวนอาจจะขึ้นสูงได้ถึง 20 เมตร เมื่อความแรงถึงจุดสูงสุด! ภาพที่ปรากฏนั้นน่าตื่นตาตื่นใจและกำลังของลมที่ผสมเข้ากับความเร็วของกระแสน้ำก็แสดงให้เห็นถึงพลังของธรรมชาติอย่างแท้จริง

ป้ายรถเมล์"นะรุโตะโคเอง"→ ป้ายรถเมล์"นะรุโตะเอะคิ"(ประมาณ 80 นาที)

  • Ian Livingston

    การเดินทางโดยกระเช้าขึ้นไปยังจุดที่สูงที่สุดในเมืองโทคุชิมะซึ่งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 290 เมตรนั้นใช้เวลาไม่นาน เมื่อมองจากเบื้องบน ผมเห็นอย่างชัดเจนว่าตัวเมืองถูกกัดกร่อนให้เป็นรูปร่างโดยเส้นทางน้ำซึ่งเป็นภาพที่ควรค่าแก่การมาชม

    ทานอาหารค่ำอิ่มท้องบนห้องส่วนตัวที่ปูเสื่อทาทามิ ในบรรดาอาหารหลากหลายจานในชุด ผมชอบปลาตะเพียนทะเลและซุปแสนอร่อยมากที่สุด

  • Nicholas Rich

    ภูเขาบิซัน คือ หัวใจของเมืองโทคุชิมะ ถึงแม้ว่าจะมีเส้นทางสำหรับปีนขึ้นไปด้านบน แต่นักท่องเที่ยวก็สามารถเลือกขึ้นรถกระเช้าไปยังยอดของภูเขาได้โดยใช้เวลาน้อยกว่าเพื่อชมทิวทัศน์อันตระการตาของเมืองและแม่น้ำโยชิโนะ นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีการติดไฟส่องสว่างแบบ LED ที่เห็นได้เมื่อมองจากยอดเขามายังเมือง (โดยเฉพาะในเวลากลางคืน) และไฟจะเปลี่ยนสีอย่างสม่ำเสมอ หลังจากชื่นชมทิวทัศน์แล้ว นักท่องเที่ยวสามารถแวะไปพักผ่อนที่ร้านกาแฟเล็กๆ บนยอดเขาบิซันได้

    คัปโปะฮาไมอยู่ไม่ไกลจากเชิงเขาบิซันและเสิร์ฟอาหารที่ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นอาหารประจำท้องถิ่น นั่นก็คือ สุกี้ยากี้เนื้อวากิวนุ่มๆ ในหม้อร้อนและอาหารอย่างอื่น พนักงานเสิร์ฟของเราสุภาพมากและอธิบายอาหารแต่ละจานที่เราสั่งมาทานอย่างละเอียดน่าประทับใจ การตกแต่งภายในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมสร้างบรรยากาศของการรับประทานมื้อค่ำแบบหรูหราในบ้านประจำครอบครัวอันเก่าแก่ของเพื่อน

อะวะโอโดริไคคังmore

อะวะโอโดริไคคัง

สัมผัสกับ "อะวะโอโดริ" การเต้นรำระดับโลกของโทคุชิมะได้ตลอดทั้งปีที่สถานที่แห่งนี้ ไม่เพียงแต่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการแสดงการเต้นรำอะวะโอโดริเท่านั้น แต่คุณยังสามารถร่วมเต้นบนเวทีได้ด้วย
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์อะวะโอโดริที่บริเวณโถงจัดแสดงเพื่อดื่มด่ำไปกับประวัติศาสตร์ของการเต้นรำนี้ หรือจะขึ้นกระเช้าลอยฟ้าไปบนภูเขาบิซังที่อยู่ด้านหลังเพื่อชมวิวก็ได้เช่นกัน

  • Ian Livingston

    ที่นี่เป็นต้นกำเนิดของการร่ายรำประจำท้องถิ่นโทคุชิมะซึ่งเรียกว่า อาวะโอโดริ ที่ผมได้ยินคนพูดถึงบ่อยๆ ผมเฝ้าดูบรรดานักแสดงและฝูงชนหลากวัยและหลายที่มาร่ายรำร่วมกัน

  • Nicholas Rich

    อาวะโอโดริเป็นการร่ายรำแบบดั้งเดิมของโทคุชิมะ ซึ่งเต็มไปด้วยความรื่นเริงและพลัง ที่พิพิธภัณฑ์อาวะโอโดริ ผมโชคดีที่ได้ชมประวัติศาสตร์ของการ่ายรำนี้อย่างใกล้ชิดและได้ชมการแสดงของกลุ่มนักร่ายรำในท้องถิ่นด้วย หลังจากการแสดง ผู้นำกลุ่มเชิญชวนให้ผู้ชมร่วมร่ายรำด้วย เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ที่ได้มีส่วนร่วมกับคนเหล่านี้ซึ่งมีความสำคัญต่อชุมชนอย่างมากในด้านวัฒนธรรม ทำให้ประสบการณ์ครั้งนี้ยิ่งเป็นที่น่าจดจำมากขึ้นไปอีก

เดินไปที่พัดใช้เวลา 10 นาที

บริเวณสถานีโทคุชิมะ

  • Ian Livingston

    โรงแรมอาวะคังโคเป็นโรงแรมเรียบง่ายที่พร้อมให้บริการแบบง่ายๆ ส่วนที่ดีที่สุดของโรงแรมแห่งนี้ในความคิดของผมก็คือ ทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ในย่านการค้าของเมือง รวมทั้งยังอยู่ใกล้กับร้านขายราเมนแสนอร่อยตรงมุมถนนที่ผมไปทานด้วย

  • Nicholas Rich

    โรงแรมอาวะคังโคตั้งอยู่ใจกลางเมืองโทคุชิมะ ห้องพักของที่นี่กว้างจนแทบไม่น่าเชื่อและยังมองไปเห็นภูเขาบิซันและพิพิธภัณฑ์อาวะโอโดริในเวลากลางคืนด้วย หลังจากวันที่วุ่นวาย ผมอาบน้ำร้อนๆ และหลับไปบนเตียงที่นุ่มสบายก่อนที่จะทันได้รู้ตัวเสียอีก ในตอนเช้า ผมทานอาหารที่ร้านอาหารบนชั้นบนสุดของโรงแรม ไม่ต่างจากที่อื่นๆ ร้านนี้เสิร์ฟอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์โดยมีอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมและอาหารแบบตะวันตกให้เลือกรับประทาน จานที่ผมชอบเป็นพิเศษคือแกงที่มีลักษณะเป็นซอสข้นๆ มันๆ สีเข้มๆ ใส่เนื้อสัตว์และผัก มีรสชาติเผ็ดกำลังดี

วันที่สี่

บริเวณสถานีโทคุชิมะ

  • Ian Livingston

    ครามมีบทบาทสำคัญในเรื่องราวของเมืองโทคุชิมะและประเทศญี่ปุ่นโดยรวม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดีที่ได้พบปะกับผู้คนและทำความรู้จักกับกระบวนการที่อยู่เบื้องหลังการผลิตคราม การได้ย้อมผ้าเช็ดหน้าเองที่ไอโนะยาคาตะสร้างความเข้าใจกระจ่างแจ้งให้กับการไปเยือนครั้งนี้ ที่นี่มีรูปถ่ายองค์จักรพรรดิขณะเดินทางมาเยี่ยมชมโรงย้อมแขวนอยู่บนกำแพงด้วย

    วัดริวเซ็นจิ คือวัดแห่งแรกในบรรดาวัด 88 แห่งบนเส้นทางวัดชิโกกุ อาณาบริเวณของวัดนั้นเงียบสงบและเป็นที่ที่เหมาะกับการคิดใคร่ครวญ

    ผมเดินเข้าไปยังบ้านเยอรมันนารุโตะและฟังเรื่องราวของเชลยชาวเยอรมันที่โทคุชิมะในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งนำเสนอในรูปแบบละครเพลง มรดกที่ตกทอดมาจากเชลยเหล่านี้ซึ่งก็คือ สะพานสองแห่งที่พวกเขาก่อสร้างขึ้นนั้นทอดยาวไปถึงศาลเจ้าโออาสะฮิโกะที่อยู่ใกล้ๆ และที่นี่ก็กลายมาเป็นสถานที่โปรดของผมในญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

    ถ้าคุณอยากจะพักจากอาหารญี่ปุ่น (แต่ผมไม่นะ) ร้านริสโทรันเต้ฟิชโบนก็มีอาหารอิตาเลียนปรุงจากผลผลิตจากท้องทะเลด้านหน้าร้านไว้บริการ ที่นี่มีบริการอาหารมื้อค่ำรสอร่อย เสิร์ฟพร้อมซุปมันเทศ ปลาหมึก และข้าวผัดรีซอตโต้เห็ดกับไก่

    ผมไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับสาเกเท่าไหร่นัก ดังนั้นการเดินทางไปเยี่ยมชมโรงหมักฮนเกะมัตสึอุระจึงเป็นการได้รับความรู้อย่างแท้จริง ล่ามของผมซึ่งใจดีและเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจช่วยทำให้ผมเข้าใจเรื่องสาเกมากขึ้นผ่านขั้นตอนของการชิมในช่วงสุดท้าย

  • Nicholas Rich

    พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อิซุมิโจนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวประวัติและการปลูกต้นครามอาวะอันโด่งดังของโทคุชิมะ ซึ่งผมได้ยินคนพูดถึงบ่อยๆ ตลอดทริปนี้ อาคารหลักของพิพิธภัณฑ์เป็นที่จัดแสดงชุดผลิตภัณฑ์ย้อมครามอันสวยงาม ส่วนที่น่าตื่นเต้นที่สุดของการชมพิพิธภัณฑ์น่าจะเป็นช่วงที่คุณมีโอกาสได้ลองย้อมครามและทำผ้าเช็ดหน้าด้วยมือตัวเอง การสอนอย่างละเอียด (และอดทน) ของช่างย้อมครามใจดีทำให้ผมสามารถทำผ้าเช็ดหน้าสวยๆ ออกมาได้ การได้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองของเขตนี้และได้มีชิ้นงานติดไม้ติดมือกลับบ้านไปนับว่าเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

    วัดริวเซ็นจิซึ่งตั้งอยู่ที่บันโดะเป็นจุดแรกจากวัดทั้งหมด 88 แห่ง บนเส้นทางแสวงบุญรอบชิโกกุ ที่นี่มีทัวร์หลากหลายรูปแบบที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวปีนป่ายขึ้นไปตามเส้นทาง ในฐานะจุดแรก วัดริวเซ็นจิจึงมีการจำหน่ายเครื่องมือเครื่องใช้แบบดั้งเดิมที่ใช้ในการแสวงบุญ ไม่ว่าจะเป็นไม้เท้า เชือกสีขาว และหมวกสาน เมื่อเดินทางที่ที่หมายแล้ว ผู้แสวงบุญส่วนใหญ่จะย้อนกลับมาที่วัดริวเซ็นจิเพื่อขอบคุณที่ทำให้การเดินทางของพวกเขาราบรื่นปลอดภัย

    บ้านเยอรมันนารูโตะ คือ อีกหนึ่งชิ้นส่วนที่ชวนให้ประหลาดใจจนแทบไม่น่าเชื่อในประวัติศาสตร์ของโทคุชิมะ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ชาวญี่ปุ่นโจมตีฐานทัพเยอรมนีที่เมืองชิงเต่า ประเทศจีน มีทหารเยอรมันประมาณ 1,300 นายถูกจับเป็นเชลยอยู่ที่บันโดะ โดยที่พวกเขามีเสรีภาพแทบจะสมบูรณ์เว้นเสียแต่มีสถานะเป็นเชลยสงครามเท่านั้น และบ้านแห่งนี้ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง มีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างมากระหว่างทหารและคนท้องถิ่น ทำให้เกิดเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ที่ยาวนานซึ่งยังคงสัมผัสได้จนถึงปัจจุบันนี้ ทุกวันนี้ บ้านเยอรมันนารูโตซึ่งเคยถูกใช้เป็นค่ายกักกันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ยุคสงครามแล้ว

    โรงแรมรีสอร์ทโฮเทลโมอันนะโคสต์คือโรงแรมที่ตั้งอยู่ริมทะเลและเราหยุดพักรับประทานอาหารเที่ยงในร้านอาหารที่อยู่ติดกันซึ่งมีชื่อว่า ฟิชโบน เราลองชิมอาหารชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากอาหารอิตาเลียนซึ่งปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่นและแต่ละจานล้วนแล้วแต่มีรสชาติอร่อย

    โรงหมักฮนเกะมัตสึอุระค่อนข้างจะมีชื่อเสียงในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสาเกขึ้นชื่ออย่างนารุโตะไต ของที่นี่ถูกนำไปจำหน่ายในร้านอาหารญี่ปุ่นทุกแห่งที่หวังจะได้รับความสนใจจากลูกค้า ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นสถานที่ซึ่งเป็นที่ผลิตสาเกและได้ลองชิมด้วย หลังจากชิมสาเกแล้ว พนักงานก็พาพวกเราไปเดินชมรอบโรงหมัก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสาเก โรงหมักฮนเกะมัตสึอุระเป็นสถานที่ที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนโทคุชิมะ

JRสถานีโทะคุชิมะ → สนามบินโทะคุชิมะอะวะโอะโดะริ (ลิมูซีนบัส ประมาณ 30 นาที)

สนามบินโทคุชิมะอะวะโอโดริ

ANA ดูรายละเอียด

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

  • Ian Livingston

    ออนเซ็น โตรกธารหินแวววาว และความสงบเรียบง่ายที่โทคุชิมะนั้นแตกต่างจากบรรยากาศแบบเมืองของกรุงโตเกียว การเดินทางต่อไปยังจังหวัดโทคุชิมะที่แสนง่ายดายได้เปิดสู่อีกด้านหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นและทำให้การท่องเที่ยวสมบูรณ์มากขึ้น

  • Nicholas Rich

    หนึ่งในความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมก็คือ การได้เดินทางท่องเที่ยวในแถบชนบท สัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และทำความเข้าใจกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้แต่ละที่พิเศษ ระหว่างทริปนี้ ผมรู้สึกว่าได้เชื่อมโยงกับผู้คนใจดีที่โทคุชิมะและสถานที่อันงดงามที่พวกเขาเรียกว่าบ้านอย่างแท้จริง เห็นได้ชัดว่าทุกคนภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมของตน รวมทั้งยังได้เห็นถึงความปรารถนาที่จะแบ่งปันสิ่งเหล่านั้นร่วมกับผู้มาเยือนทั้งจากในและต่างประเทศ

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ความน่าตื่นเต้นของโตเกียวนั้นไม่มีวันหยุดและไม่มีจุดสิ้นสุด ทัศนียภาพทางธรรมชาติของโทคุชิมะอย่างบ่อออนเซ็นและโตรกธารหินที่เป็นผลึกแวววาวเป็นความแตกต่างที่ดูน่าอัศจรรย์ ผมจะกลับไปที่ญี่ปุ่นอีกหลายๆ ครั้ง และจะไปพร้อมกับความทรงจำที่ดีจากทริปนี้เสมอ

Ian Livingston
บรรณาธิการ
ที่อยู่อาศัย:สหรัฐอเมริกา
  • งานอดิเรก

    อาหาร บาสเกตบอล สารคดีธรรมชาติ

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    หนึ่งครั้ง

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ย่านอาซาคุสะนั้นเต็มด้วยประวัติศาสตร์ มีสวนสวยๆ กระจัดกระจายอยู่ อีกทั้งยังมีตึกอย่างสกายทรี ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และอื่นๆ อีกมากมายที่สร้างบรรยากาศแบบโตเกียวสมัยใหม่ให้กับย่านนี้ ถัดจากย่านอาซาคุสะ การเดินทางไปยังเมืองโทคุชิมะคือหนทางอันมหัศจรรย์ที่จะทำให้เราเห็นอีกด้านหนึ่งของประเทศนี้ และที่นั่นมีหลากหลายวิธีการให้เราได้ชื่นชมธรรมชาติ การท่องเที่ยวที่จังหวัดโทคุชิมะนั้นไม่เหมือนกับที่โตเกียวที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนและความวุ่นวาย เพราะที่นี่ นักท่องเที่ยวจะได้ซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง

Nicholas Rich
บรรณาธิการ/นักเขียน
ที่อยู่อาศัย:คานากาวะ
สถานที่เกิด:สหรัฐอเมริกา
  • งานอดิเรก

    การเดินทาง อาหาร วัฒนธรรมป๊อป ประวัติศาสตร์

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    3 ปี

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การเดินทางที่แนะนำ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

Back to Top

COPYRIGHT © CHUGOKU+SHIKOKU × TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.