We use cookies on this site to enhance your user experience. If you continue to browse, you accept the use of cookies on our site. See our cookies policy for more information.
Accept
SHIMANE
  • TOKYO
  • SHIMANE

LATEST TREND & TRADITIONAL CULTURE

ฮาราจูกุเป็นสถานที่กำเนิดของเทรนด์แฟชั่นญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักในชื่อ "วัฒนธรรมคาวาอี้" ในโตเกียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนทาเคชิตะโดริซึ่งเป็นศูนย์รวมของวัยรุ่นจากทั่วญี่ปุ่นและทั่วโลกที่คุณสามารถพบกับเทรนด์ "คาวาอี้" ล่าสุดได้ เมื่อออกจากจุดศูนย์รวมวัฒนธรรมล่าสุด ก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ศาลเจ้าใหญ่อิซุโมะไทฉะ ซึ่งเชื่อกันว่าเทพเจ้าจากทั่วประเทศจะมารวมกันอยู่ ณ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดชิมาเนะแห่งนี้ ทริปยอดเยี่ยมนี้จะพาคุณไปสัมผัสทั้งวัฒนธรรมดั้งเดิมและชมเทรนด์ญี่ปุ่นล่าสุดอย่างครบถ้วน

Official Tokyo Travel Guide
https://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
http://www.kankou-shimane.com/th/

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : September 2018 Joanna Lemanska
    บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว
    ที่อยู่อาศัย:เดิมเป็นชาวโปแลนด์
  • Traveled : September 2018 Aala Kanzali
    บรรณาธิการบทความท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์
    ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
    สถานที่เกิด:ประเทศฝรั่งเศส

ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล

JAL046 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • Joanna Lemanska

    ถ้าไม่บินตรงกับแจแปนแอร์ไลน์ ฉันก็นึกไม่ออกแล้วค่ะจะเดินทางมาโตเกียวด้วยวิธีไหนที่ดีกว่านี้ เวลาเดินทางกว่า 12 ชั่วโมงผ่านไปแบบแทบไม่รู้ตัวเลยค่ะเพราะบนเครื่องมีความบันเทิงหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร อาหารก็อร่อย และพนักงานบริการก็มีความเป็นมืออาชีพด้วยค่ะ ซึ่งช่วงเวลาที่ใช้ไปกับการเดินทางก็เหมาะกับการเตรียมตัวเตรียมใจไปเที่ยวตามแผนการที่วางไว้ในวันต่อๆ ไปค่ะ

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียวmore

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

เป็นประตูเข้าออกทางอากาศของโตเกียว ภายในอาคารผู้โดยสารเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์มากมาย สามารถชมทิวทัศน์ของอ่าวโตเกียวได้จากจุดชมวิวบนดาดฟ้า ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้โดยสารที่จะเดินทางก็สามารถเพลิดเพลินได้

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

ชิบุยะmore

ชิบุยะ

ศูนย์กลางของความเป็นวัยรุ่นถูกรวบรวมไว้ที่นี่ทั้งร้านอาหารสุดอินเทรนด์ บาร์ คลับและไลฟ์เฮ้าส์ ห้างสรรพค้าและแหล่งช้อปปิ้งที่เรียงรายตอบสนองทุกความต้องการอันร้อนแรงของเหล่าวัยรุ่น ยิ่งถ้าต้องการของน่ารักสดใสสุดแสนคาวาอี้ที่ตีพิมพ์ลงในนิตยสารของญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ อย่าพลาดการมาชิบูย่าเชียวนะ ช้อปเสร็จก็พักผ่อนฝากท้องกับคาเฟ่มีสไตล์และร้านอาหารจุกจิกราคาเบาๆ ได้อีกด้วย แต่ยังไงก็อย่าลืมรูปปั้นสุนัข ฮาจิโกะ และ “ทางม้าลายยักษ์ข้ามถนนห้าแยก” ที่เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม

  • Joanna Lemanska

    เรามาถึงใจกลางย่านชิบุยะแล้วค่ะ ย่านนี้เป็นย่านที่ฉันอยากมาเที่ยวตั้งนานแล้ว โดยเราจะเริ่มกันที่สถานีชิบุยะและรูปปั้นสุนัขฮาจิโกะตรงอีกฝั่งถนน ฉันประทับใจเรื่องราวมิตรภาพที่สวยงามอันเป็นที่มาของอนุสาวรีย์เล็กๆ แห่งนี้มากเลยค่ะ แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดน่าจะเป็นห้าแยกชิบุยะอันเลื่องชื่อ ไม่ว่าจะดูด้วยตาหรือถ่ายรูปก็สวยทั้งนั้นค่ะ

    เราทานอาหารกลางวันกันที่ร้านซูจูไดนิ่งในชิบุยะ ซึ่งอาหารญี่ปุ่นมื้อนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี เป็นเมนูเบาๆ อร่อย และเหมาะสมดีค่ะ

  • Aala Kanzali

    ในส่วนของชิบุยะ สิ่งที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือรูปปั้นฮาจิโกะกับทางม้าลายที่แยกชิบุยะ ถ้าอยากรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองหลวงญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไรนักก็ต้องเพิ่มศาลเจ้าคันโน ฮาจิมังงุเข้าไปในลิสต์อีกแห่งหนึ่งด้วย

    เมนูของร้านนี้จะทำให้คุณได้ชิมรสชาติแบบญี่ปุ่นผ่านอาหารที่หลากหลาย ทางร้านมีบริการห้องส่วนตัวให้ด้วยนะครับถ้าต้องการ

โดยสารรถไฟ JR สายยามาโนเตะ ประมาณ 3 นาที / ชิบูย่า → ฮาราจูกุ

ถนนฮาราจูกุ ทาเคชิตะmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

ถนนฮาราจูกุ ทาเคชิตะ

ถนนสายหลักของฮาราจูกุเต็มไปด้วยสินค้าน่ารักจากทั่วประเทศญี่ปุ่น ริมถนนยาว 350 เมตรแห่งนี้เรียงรายไปด้วยร้านจำหน่ายสินค้าแฟชั่น ร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด ร้านเครป ตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์ และร้าน 100 เยนสำหรับวัยรุ่น ในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดฤดูร้อน ที่นี่จะแออัดไปด้วยผู้คนรวมทั้งชาวต่างชาติที่มาเยือน นอกจากนี้ตามตรอกซอกซอยยังเรียงรายไปด้วยร้านอาหารยอดนิยมที่มีคนต่อคิวรอเพื่อเข้าไปทาน อีกทั้งยังมีศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวฮาราจูกุซึ่งตั้งอยู่ใกล้สี่แยกที่สุดถนนทาเคชิตะด้วย

  • Joanna Lemanska

    ถนนทาเคชิตะโดริเป็นถนนสายหนึ่งในเขตฮาราจูกุที่มีความวุ่นวายตลอดวัน ร้านค้าขายเสื้อผ้าแปลกตา ค็อกเทลหลากสีสัน แผงขายแพนเค้กนับไม่ถ้วนและสายไหมสีรุ้งขนาดยักษ์ มีครบทุกอย่างเลยค่ะ! ให้ฉันเดินตรงนี้เป็นชั่วโมงๆ ก็ยังได้เลยค่ะ

    ย่านนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุระ-ฮาราจูกุ ในโซนถนนคนเดินนี้ ร้านค้าและคาเฟ่แต่ละร้านล้วนเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศในแถบนี้ ตรงนี้มีคนเดินน้อยกว่ามากเลยนะคะ ทำให้เดินได้อย่างสบายใจจริงๆ

  • Aala Kanzali

    ถนนที่มีสีสันและมีชีวิตชีวาแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียวเลยนะครับ เป็นจุดที่เหมาะกับการเดินเล่น เดินชมร้านค้า และถ่ายรูปที่สุดในเมืองแล้วล่ะครับ

    อุระ-ฮาราจูกุ ("ด้านหลังฮาราจูกุ) หรือ "อุระ-ฮาระ" เป็นถนนเล็กๆ ในฮาราจูกุที่โยงใยกันเป็นโครงข่าย มีร้านเสื้อผ้าและคาเฟ่ตั้งอยู่มากมาย ด้วยความที่อุระ-ฮาราจูกุมีสไตล์ที่แตกต่างจากถนนทาเคชิตะและเขตโอโมเตะซันโดะ ทำให้ที่นี่เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้

เดินประมาณ 7 นาทีจากสถานี JR ฮาราจูกุ / สถานีเมจิจินกูมาเอะ

โดยสารรถไฟเมโทรโตเกียว สายฟุคุโตชิน (บริการตรงจากสายโตคิว โตโยโกะ) ประมาณ 5 นาที / เมจิจินกูมาเอะ → ไดคังยามะ / ถึงทันที

ไดคังยามะmore

ไดคังยามะ

ไดคังยามะเป็นจุดเริ่มต้นของความทันสมัยล่าสุด อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะย่านที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ มีจุดเด่นอยู่ที่สถานทูตและบ้านพักของชาวต่างชาติให้บรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นสากล ถนนสายหลักจากสถานีไดคังยามะ รวมถึงถนนฮาจิมังที่เชื่อมต่อไปยังชิบูย่า ถนนยามาเตะเดิมที่มุ่งหน้าไปยังถนนโคมาบะและโคมาซาวะที่ไปถึงเอบิสุ ถนนเหล่านี้เป็นทางลาดไปตามไหล่เขาซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบริเวณใกล้เคียงที่มีร้านจำหน่ายสินค้าไฮเอนด์และร้านค้าที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงร้านอาหาร ซึ่งให้บริการสำหรับการทำกิจกรรมนอกบ้าน ทั้งเพลิดเพลินกับการช็อปปิ้งและการรับประทานอาหาร ถนนกว้างเรียงรายไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและต้นไม้สูงมากมาย แม้จะตั้งอยู่ในใจกลางเมืองแต่ก็เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะกับการเดินเล่น

  • Joanna Lemanska

    ในเขตไดคันยามะ เราได้เข้าชมบ้านคิว อาซาคุระ บ้านส่วนตัวที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2462 และได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพดี ทำให้เราได้เห็นบ้านญี่ปุ่นโบราณว่าเป็นอย่างไร บ้านหลังนี้มีสถาปัตยกรรมไม้และสวนที่ดูแลอย่างประณีต จึงถือเป็นเพชรน้ำงามที่ซ่อนอยู่ในย่านนี้อย่างแท้จริง การค้นหายังดำเนินต่อไปในถนนที่เงียบสงบในไดคันยามะ ฉันชอบร้านหนังสือสึทายะที่ออกแบบมาได้ดูทันสมัยและน่านั่งมากเลยค่ะ แต่สิ่งที่โดนใจฉันจริงๆ คือร้านเล็กๆ ที่มีกล้องเก่าวินเทจนี่แหละค่ะ

    ร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้มีโต๊ะให้นั่งอยู่เพียงไม่กี่โต๊ะ และบรรยากาศร้านดูเงียบสงบและผ่อนคลายมากค่ะ เมนูเด็ดของที่นี่คือปลาดิบ ผักสด และไวน์ขาวสักแก้วหนึ่ง

  • Aala Kanzali

    ไดคันยามะเป็นย่านหนึ่งในโตเกียวที่มีความทันสมัย ทันกระแส และมีชีวิตชีวา คนหนุ่มสาวมากมายที่นี่ โดยเฉพาะสาวๆ มักจะมาเดินเล่น จิบกาแฟ ผ่อนคลาย อ่านหนังสือ และอื่นๆ อีกมากมาย

    ร้าน "เลอจาปอง" เป็นร้านอาหารง่ายๆ ตกแต่งง่ายๆ แต่สร้างความประทับใจได้ถึงขีดสุดจริงๆ อาหารมื้อนี้เป็นการผสมผสานกันทั้งหลักการและรสชาติของอาหารญี่ปุ่นและอาหารฝรั่งเศสได้อย่างสวยงาม

โรงแรมชิบุยะแกรนเบลล์

  • Joanna Lemanska

    ฉันชอบการออกแบบที่ดูหรูหราสุขุมของที่นี่มากเลยค่ะ ที่นี่มีน้ำอุ่น เตียงนุ่มสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนเพื่อตื่นขึ้นมาอย่างสดใสในวันถัดไป

  • Aala Kanzali

    โรงแรมชิบุยะแกรนเบลล์ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมตรงใจกลางย่านชิบุยะพร้อมห้องพักที่มีอุปกรณ์อย่างเพียบพร้อม ซึ่งนอกจากนอนหลับฝันดีในเมืองหลวงแล้ว คุณจะได้รับบริการอย่างเหนือความคาดหมายอีกด้วย

วันที่สอง

CHUGOKU(SHIMANE)

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

JAL (JAL Japan Explorer Pass) ดูรายละเอียด

  • Joanna Lemanska

    เบาะนั่งแสนสบาย ที่วางขากว้างขวาง และบริการด้วยความใส่ใจ ทั้งหมดนี้ชวนให้งีบหลับระหว่างบินมากเลยค่ะ แต่วิวกรุงโตเกียวที่น่าตื่นตาไม่ยอมให้ฉันพักสายตาง่ายๆ ทำให้ฉันต้องลุกขึ้นมาถ่ายรูปไว้เยอะแยะเลยค่ะ

  • Aala Kanzali

    เที่ยวบิน JAL สู่จังหวัดชิมาเนะใช้เวลาเดินทางไม่นานและสะดวกสบายมากเลยครับ คุณจะได้รับการต้อนรับอย่างดีเพื่อให้เที่ยวบินด่วนนี้ยอดเยี่ยมที่สุด

สนามบินอิซูโม่เอ็นมุสุบิmore

สนามบินอิซูโม่เอ็นมุสุบิ

สนามบินอิซูโม่เอ็นมุสุบิ (สนามบินอิซูโม่) เป็นประตูของจังหวัดชิมาเนะ ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวเช่น ศาลเจ้าอิซูโม่ไทฉะ , เหมืองแร่เงินอิวามิกินซัน เป็นต้น เป็นสนามบินที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว ยังมีเคาน์เตอร์บริการรถเช่าอีกด้วย

[รถบัสอิจิบาตะ] สนามบินอิซูโม่เอ็นมุสุบิ --> ศาลเจ้าอิซูโม่ไทฉะ 40 นาที
หรือ
[รถบัสอิจิบาตะ] สนามบินอิซูโม่เอ็นมุสุบิ --> สถานีอิซุโมชิ 25 นาที
สถานีอิซุโมชิ -->อิซูโม่ไทฉะ เซอิมอนมาเอะ 20 นาที

อิซูโม่ไทฉะmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

อิซูโม่ไทฉะ

ศาลเจ้าอิซูโม่เป็นศาลเจ้าโบราณซึ่งปรากฏอยู่ในโคจิกิ ซึ่งเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น อาคารหลักของศาลเจ้าได้รับการกำหนดเป็นสมบัติแห่งชาติ อาคารคากุระของศาลเจ้ามีเชือกพิเศษที่ใช้ล้อมรอบพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งยาว 13 เมตรและหนัก 5 ตัน ทำให้ที่นี่เป็นอาคารศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าเหล่าทวยเทพจากทั่วทั้งประเทศจะมารวมตัวกันที่อิซูโม่ในเดือนตุลาคมของปฏิทินจันทรคติเพื่อชุมนุมจับคู่กัน

  • Joanna Lemanska

    ฝนที่ตกลงมายิ่งช่วยทำให้บรรยากาศวัดดูลึกลับเข้าไปใหญ่เลยค่ะ ไกด์นำชมของเราบอกว่าเหล่าทวยเทพจะมาชุมนุมกันที่นี่ปีละครั้งเพื่อแก้ปัญหาด้านความรักให้แก่มนุษย์ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเราจึงได้เห็นพิธีแต่งงานจัดขึ้นที่นี่หลายต่อหลายครั้ง

    เราได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้มากขึ้น ได้เห็นคอลเลกชันถาวรที่อุทิศให้แก่อิซุโมะอันศักดิ์สิทธิ์ และได้ชื่นชมความงามของแกลอรี่เครื่องทองแดงอันน่าประทับใจอีกด้วย ในฐานะที่เป็นช่างภาพ ฉันจะชอบตึกที่ดูสมัยใหม่มากๆ ใช้เส้นสายเรียบๆ จัดแสงสวยๆ และด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์

    เราพอใจกับอาหารกลางวันแสนอร่อยที่ร้านเฮย์วะโซบะมากเลยค่ะ ฉันนึกไม่ออกเลยว่าถ้าไม่ใช่ที่นี่แล้วจะไปชิมของดีประจำจังหวัดนี้ได้ที่ไหนอีก

    ประภาคารฮิโนะมิซากิเป็นจุดที่เหมาะกับการเดินเล่นทอดน่องมากเลยค่ะ ทั้งทะเล ท้องฟ้าที่มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปมา กับประภาคารสีขาวสะอาดตา มองไปก็ดูเหมือนภาพวาดอยู่ไม่น้อย

    ทัวร์ล่องเรือที่วางแผนไว้ในวันนี้ต้องงดไปเพราะสภาพอากาศที่เปียกชื้น ที่นี่เป็นที่ที่คุณจะได้เห็นตัวอย่างทรายทะเลจากแหล่งต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกซึ่งมากมายจนนับไม่ถ้วนและมีนาฬิกาทรายอันใหญ่ที่สุดในโลกแขวนห้อยลงมาจากเพดานด้วยนะคะ

  • Aala Kanzali

    ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะในจังหวัดชิมาเนะเป็นสถานที่ที่ห้ามพลาดเลยนะครับ คุณจะต้องตกตะลึงกับขนาดอันใหญ่โตมโหฬาร และแม้ว่าจะมีคนมาเยี่ยมชมมากมายแต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความสงบเยือกเย็น

    พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อิซุโมะโบราณเปิดดำเนินการที่อิซุโมะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เพียงเข้าชมพิพิธภัณฑ์ คุณก็จะได้โอกาสเรียนรู้ประวัติสาสตร์ของเมืองนี้ ศาลเจ้าอิซุโมะ รวมถึงสิ่งประดิษฐ์ที่ทำจากทองแดง

    อาหารง่ายๆ แต่อร่อยใช้ได้ ที่ร้านเฮย์วะโซบะซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ คุณจะได้ชิมอิซุโมะโซบะอันโด่งดัง โดยสามารถเลือกปริมาณที่ต้องการได้ด้วย

    ศาลเจ้าฮิโนะมิซากิดูโดดเด่นสะดุดตาด้วยสีแดงสดใสและตำแหน่งที่ตั้งอยู่ริมทะเลญี่ปุ่น สีสันสดใสและกลิ่นของทะเลทำให้คุณมีโอกาสได้เพลิดเพลินด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของคุณเอง ส่วนประภาคารก็ได้ตำแหน่งที่ตั้งและสภาพแวดล้อมรอบข้างส่งเสริมให้ยิ่งดูสวยขึ้นไปอีก พระอาทิตย์ตกดินที่นี่สวยมากครับ คนชอบถ่ายรูปต้องถูกใจแน่ๆ

    ไม่เหมือนใครจริงๆ ครับ! ถ้าจะให้ผมนิยามพิพิธภัณฑ์ทรายนิมะก็คงต้องเป็นคำนี้แหละครับ ไม่นึกเลยว่ามาพิพิธภัณฑ์ทรายที่ญี่ปุ่นแล้วจะสนุกขนาดนี้ นอกจากนาฬิกาทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งใช้เวลาไหล 365 วันแล้ว กิจกรรมในพิพิธภัณฑ์นี้ยังสนุกและเหมาะกับคนทั่วไปทั้งเด็กและผู้ใหญ่อีกด้วย

[รถไฟฟ้าอิจิบาตะ] สถานีอิซูโม่ไทชามาเอะ --> สถานีคาวาโตะ ประมาณ 10 นาที
<เปลี่ยนสายไปยังเส้นที่มุ่งหน้าสู่สถานีเด็นเทตสึ อิซุโมชิ>
สถานีเด็นเทตสึ อิซูโม่ชิ ประมาณ 10 นาที

[รถไฟ JR สายหลักซันอินที่มุ่งหน้าไปมัตสึดะ] สถานีอิซุโมชิ --> สถานียูโนสึ ประมาณ 1 ชั่วโมง

โนกาวายะเรียวกัง

  • Joanna Lemanska

    เรียวกังคือบ้านไม้เก่าแก่ที่ยังทรงเสน่ห์แต่ตกแต่งด้วยสิ่งของยุคใหม่ เราได้ลองทานสลัดผักสด อาหารทะเล และปลาด้วยค่ะ

    ค่ำคืนนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ หลังอาหารค่ำ เราจึงไปดูการแสดงอิวามิ คากุระที่ศาลเจ้าริวอนซากิในยูนตสึ ซึ่งเราได้ดูทั้งหมดสองการแสดงด้วยกัน ฉันรู้สึกชอบชุดที่ดูอลังการเหลือเชื่อมากเป็นพิเศษ ได้รู้เกี่ยวกับตำนานญี่ปุ่นมากขึ้น และก็หัวเราะขำไปกับผู้ชมท่านอื่นๆ ด้วยค่ะ

    โนกาวายะเป็นที่พักที่ก่อตั้งขึ้นตอนช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ก่อนที่ฉันจะเอนตัวลงนอนบนฟูกซึ่งที่พักเตรียมไว้ให้ระหว่างที่ออกไปข้างนอก ฉันได้ไปผ่อนคลายร่างกายที่ออนเซนส่วนตัวในเรียวคันด้วยค่ะ

  • Aala Kanzali

    มื้อเย็น เราทานอาหารฝรั่งกันในร้านอาหารสวยๆ ตกแต่งด้วยสีสันคล้ายพื้นที่ทำงาน ทำให้นึกถึงเวิร์คช็อปอะไรสักอย่าง อาหารอร่อยและบริการดีครับ

    ระบำอิวามิ คากุระน่าประทับใจมากครับ ทั้้งน่าทึ่งและน่าตื่นเต้นด้วย! พอได้ชมการแสดงอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ทำให้รับรู้ได้ถึงพลังของการแสดงและทำให้เข้าถึงเรื่องราวที่ถูกบอกเล่าต่อหน้าต่อตาเลยครับ

    บรรยากาศของที่พัก ทั้งสีสันที่ใช้... ทุกอย่างรวมกันทำให้รู้สึกได้ว่าเรียวคังแห่งนี้มีประวัติศาสตร์จากอดีต และที่นี่นอนสบายดีครับ

วันที่สาม

โนกาวายะเรียวกัง

[รถไฟ JR สายหลักซันอินที่มุ่งหน้าไปโยนาโงะ] สถานียูโนสึ --> สถานีโอดะชิ ประมาณ 20 นาที

[รถบัสอิวามิโคสึ สายโอโมริ] สถานีโอดะชิ --> โอโมริไดคันโชอะโตะ ประมาณ 25 นาที

มรดกโลกเหมืองเงินอิวามิกินซันmore

มรดกโลกเหมืองเงินอิวามิกินซัน

ด้วยระดับความสูงของตำแหน่งที่ตั้ง เหมืองเงินอิวามิกินซันคือเหมืองเงินขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งผลิตแร่เงินออกมาคิดเป็นหนึ่งส่วนสามของเงินทั้งหมดในโลก ขณะนี้พื้นที่ทั้งหมดถือเป็นมรดกโลก
เขตโอโมริประกอบด้วยอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ในสภาพเดิม ได้แก่ บ้านซามูไรและร้านค้า รวมถึงที่พักแบบคุมะกายะซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ คาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในบ้านหลังเก่าแก่เป็นสถานที่ผ่อนคลายที่ได้รับความนิยม
ใช้เวลาเดิน 40 นาทีไปยังริวเก็นจิมาบุ* หรือส่วนทางเดินของเหมืองที่ครั้งหนึ่งเคยสกัดแร่เงินได้ อย่าลืมใส่เสื้อผ้าสบายๆ ที่เหมาะกับการเดินระยะไกล

  • Joanna Lemanska

    อิวามิกินซังเป็นหนึ่งในเหมืองขุดเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงที่เฟื่องฟูถึงขีดสุดนั้น เหมืองแห่งนี้ผลิตแร่เงินได้มากถึงหนึ่งส่วนสามของการผลิตทั่วโลก ในปัจจุบันนี้ พื้นที่ทั้งหมดโดยรอบเหมืองซึ่งตั้งอยู่ในเมืองโอดะ กลายเป็นเขตมรดกโลกไปแล้วค่ะ ในศูนย์มรดกอิวามิกินซัง เราได้ทราบประวัติศาสตร์ของสถานที่อันโดดเด่นแห่งนี้และได้รู้เทคนิคต่างๆ ที่ใช้ในเหมืองในสมัยก่อนนั้นด้วยค่ะ ซึ่งเป็นการเกริ่นนำได้ดีเยี่ยมก่อนที่จะพาเราเข้าไปเยี่ยมชมเหมืองจริงด้วยตนเอง

    ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชื่นชมความงามของต้นไม้และความเขียวชอุ่มในสวนสาธารณะอิวามิกินซังระหว่างฝนตกจริงๆ นะคะ เมื่อไปถึงสวนแล้ว เราก็เข้าไปชมแกลอรี่ริวเกนจิที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมได้

    ฝนที่ตกกระหน่ำยิ่งทำให้หมู่บ้านที่มีเสน่ห์ เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่แห่งนี้ดูน่าทึ่งยิ่งขึ้นไปอีก ในวัดราคันจิมีสะพานหินเล็กๆ หลายสะพานซึ่งจะนำคุณไปพบกับพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในถ้ำสามแห่ง เป็นประสบการณ์ที่จะไม่มีวันลืมเลยค่ะ

    ร้านนี้เหมาะกับการทานเมนูปลาอร่อยๆ ในบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิมมากเลยค่ะ

  • Aala Kanzali

    ในเหมืองอิวามิกินซัง (แปลว่าภูเขาเงินอิวามิ) คุณจะได้ทราบประวัติการขุดเหมืองในประเทศญี่ปุ่นอย่างเข้มข้น ที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่น่าเยี่ยมชม มาไม่ยาก และเส้นทางเดินสู่เหมืองที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติสองข้างทางก็ทำให้รู้สึกสบาย เหมืองแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2550 ในชื่อว่า "เหมืองขุดเงินอิวามิกินซังและภูมิทัศน์วัฒนธรรม"

    ถนนเก่าแก่เส้นนี้ยังมีผู้คนอาศัยอยู่จริง และด้วยตำแหน่งตั้งอยู่ในหุบเขาจึงเป็นเสน่ห์ดึงดูดผู้มาเยือนในแบบที่ไม่สามารถปฏิเสธได้จริงๆ

    ความเป็นญี่ปุ่น ความเก่าแก่ สีธรรมชาติ... การเดินเล่นในหมู่บ้านโอโมริทำให้คุณได้เห็นทุกอย่างที่อยากเห็นจากญี่ปุ่นโบราณ และที่นี่ก็เหมาะกับการถ่ายรูปสวยๆ กลับไปเป็นของฝากด้วยครับ

    อาหารกลางวันของเราอาจดูเรียบง่ายแต่รสชาติอร่อย เนื้อปลาสดใหม่ให้ได้ลิ้มลองในหลากหลายรูปแบบ การตกแต่งของร้านเป็นแบบมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น

[รถบัสอิวามิคตสึ โคสึ สายโอโมริ/โอเอะ]
โอโมริไดคันโชอะโตะ --> สถานีโอดะชิ
ประมาณ 25 นาที

[รถไฟด่วน JR ที่มุ่งหน้าไปโยนาโงะ, รถไฟด่วนพิเศษที่มุ่งหน้าไปทตโตะริ และอื่นๆ]
สถานีโอดะชิ -- สถานีมัตสึเอะ
รถไฟด่วน: ประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที
รถไฟด่วนพิเศษ: ประมาณ 55 นาที

เดินต่อประมาณ 30 นาทีจากสถานีมัตสึเอะ หรือสถานี JR มัตสึเอะ ป้ายรถบัสหมายเลข 7 รถบัสสายทะเลสาบไปโอเตะมาเอะ 10 นาที

ปราสาทมัตสึเอะmore

ปราสาทมัตสึเอะ

ปราสาทมัตสึเอะที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 400 ปีที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในห้าปราสาทของญี่ปุ่นที่มีหอปราสาทที่เป็นสมบัติของชาติ สามารถมองเห็นตัวเมืองมัตสึเอะได้ 360 องศาจากหอปราสาทบริเวณรอบๆมีการสร้างทางเดินเล่นไว้ นอกจากจะสามารถเพลิดเพลินกับการทิวทัศน์ของทั้งสี่ฤดู เช่น ดอกอะซาเลียและดอกคามิเลีย แล้ว ฤดูที่ซากุระบานจะมีการจัดงาน "โอะชิโระมัตสึริ" ซึ่งจะคึกคักไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่มาชมดอกไม้การล่องเรือชมทัศนียภาพแม่น้ำโฮริคาว่าด้วยเรือเล็กอย่างสบายๆไปตามแม่น้ำโฮริคาว่ารอบปราสาทมัตสึเอะ ประมาณ 3.7 กิโลเมตร ไปชมแหล่งประวัติศาสตร์และทัศนียภาพอันสวยงาม เริ่มต้นจากหอปราสาทมัตสึเอะ , บ้านซามูไร , ชิโอะมินาวะเทะ เป็นต้น

  • Joanna Lemanska

    แม้ว่าฉันจะเคยมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้มาชมปราสาทสักครั้งเลย แต่คราวนี้ฉันไม่ผิดหวังแล้วค่ะ ปราสาทมัตสึเอะดูโอ่งโถงและหรูหรามากค่ะ หลังคาที่โค้งนิดๆ ยิ่งทำให้ภาพเงาของปราสาทแห่งนี้ดูสง่างามและน่าเกรงขามอีกด้วย ฉันได้เดินชมด้านในปราสาทและได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติของปราสาททำให้รู้สึกมีความสุขมากค่ะ ครั้งนี้เป็นโอกาสดีมากจริงๆ ที่ฉันได้มาเยี่ยมชมคุกใต้ดินของจริงซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่ยังคงได้รับการรักษาไว้ค่ะ! เมื่อเราเดินขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของปราสาทก็ต้องตื่นตะลึงกับวิวพาโนรามารอบทิศอันสุดยอด นี่แหละค่ะโอกาสชั้นเยี่ยมที่จะได้ถ่ายรูปมุมกว้างสักหน่อย

    หลังจากที่เราไปเยี่ยมชมปราสาทกันมาแล้ว ที่จริงเราควรจะได้ไปล่องเรือในแม่น้ำโฮริคาวะกันต่อ แต่ก็ตามเคยค่ะ เพราะสภาพอากาศไม่เป็นใจ เราจึงต้องไปร้านชาที่ตั้งอยู่ในสวนเมย์เมย์อัน เมืองมัตสึเอะแทน แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ให้เราได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริงนะคะ

  • Aala Kanzali

    ปราสาทมัตสึเอะเป็นหนึ่งในปราสาทเก่าแก่ 12 แห่งในญี่ปุ่นและเป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยที่สุดเพราะสภาพแวดล้อมโดยรอบและโครงสร้างไม้สีดำของตัวปราสาท ที่นี่มีเสน่ห์สไตล์ปราสาทญี่ปุ่นอย่างเต็มเปี่ยมและคุณสามารถชมวิวอันน่าหลงใหลของเมืองมัตสึเอะได้จากชั้นบนสุด

    หลังจากที่ไปเยี่ยมชมปราสาทมัตสึเอะ เราก็ไปต่อกันที่ร้านชาเก่าแก่เมย์เมย์อันในบรรยากาศสวนหย่อม ความเรียบง่ายทำให้ร้านมีเสน่ห์และดูผ่อนคลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณจิบชามัตฉะพลางชมวิวสวยๆ ของสวน เป็นประสบการณ์สไตล์ญี่ปุ่นที่ยอดมากเลยครับ

[รถบัสอิจิบาตะ] โคกุโฮะ มัตสึเอะโจ เคนโชมาเอะ --> ทามะสึคุริออนเซ็น ประมาณ 40 นาที

โรงแรมเกียวคุเซน

  • Joanna Lemanska

    คืนนั้นเราทานอาหารเย็นกันที่โรงแรมเกียวคุเซนซึ่งก็เป็นโรงแรมที่พักของเราในคืนนี้ด้วยค่ะด้วย ฉันรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความสวยของจานที่ใช้และอาหารที่จัดวางมาอย่างสวยงามมากเลยค่ะ นอกจากเมนูปลาอร่อยๆ ผักกรุบกรอบและซุปรสเยี่ยมแล้ว เรายังได้ลองทานเนื้อวัวประจำภูมิภาคนี้ด้วยล่ะค่ะ

    เพียงเข้ามาเห็นล็อบบี้หรูที่มองออกไปเห็นวิวสวนสวยๆ ก็ทำให้เราเดาได้เลยว่าห้องพักที่รอเราอยู่นั้นจะสะดวกสบายมากเพียงใด

  • Aala Kanzali

    เราได้ทานอาหารเย็นแบบฟูลคอร์สแสนอร่อยที่เรียกกันว่าไคเซกิ ซึ่งทำให้เราได้ลองรสชาติที่หลากหลายของอาหารญี่ปุ่นที่ทำขึ้นอย่างประณีต อาหารทุกจานจัดเสิร์ฟอย่างสวยงามด้วยครับ

    โรงแรมหรูอย่างโรงแรมเกียวคุเซนให้บริการและการต้อนรับอย่างดีเยี่ยม ให้คุณได้พักผ่อนอย่างสบายใจหลังจากที่ออกไปเที่ยวมัตสึเอะและบริเวณโดยรอบมาทั้งวัน

วันที่สี่

โรงแรมเกียวคุเซน

[รถบัสอิจิบาตะ]
ทามะสึคุริออนเซ็น ประมาณ 10 นาที

[รถไฟด่วน JR ที่มุ่งหน้าไปทตโตะริ, สายหลักซันอินที่มุ่งหน้าไปโยนาโงะ และอื่นๆ]
สถานีทามะสึคุริออนเซ็น --> สถานียาสุกิ
รถไฟธรรมดา (จอดทุกสถานี) ประมาณ 45 นาที
รถไฟด่วน ประมาณ 25 นาที

  • Joanna Lemanska

    ฉันชอบที่ได้ออกมาเดินเล่นยามเช้าแบบนี้มากเลยค่ะ เดินเล่นตอนที่ฝนยังตกอยู่และมีต้นไม้เขียวชอุ่มรายล้อม

    หากไม่ได้มาเที่ยวชมโรงกลั่นสาเก การมาเที่ยวจังหวัดชิมาเนะก็คงจะไม่สมบูรณ์นะคะ น้ำใสสะอาดเหมือนคริสตัล ข้าวคุณภาพเยี่ยมและนักกลั่นที่เชี่ยวชาญ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่จำเป็นต่อการทำสาเกชั้นเยี่ยมในจังหวัดนี้ค่ะ

  • Aala Kanzali

    วัดเกชโชจิมีประวัติศาสตร์อันเข้มข้นและที่ตั้งที่สุดยอดด้วยธรรมชาติรายล้อมรอบวัด ตำแหน่งที่ตั้งของวัดให้ความรู้สึกผ่อนคลายและปลอบประโลมใจได้ดี และยังเป็นโอกาสอันดีในการถ่ายรูปสวยๆ ด้วยครับ

    การเยี่ยมชมโรงกลั่นโยชิดะ ชูโซในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตสาเก ได้รู้จักเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยอดนิยมของญี่ปุ่นมากขึ้นนี่ก็น่าสนใจดีนะครับ

[รถชัตเทิลบัสฟรี]
สถานียาสุกิ --> พิพิธภัณฑ์ศิลปะอะดาจิ ประมาณ 20 นาที

พิพิธภัณฑ์ศิลปะอะดาจิmore

พิพิธภัณฑ์ศิลปะอะดาจิ

สวนขนาด 165,000 ตร.ม. นี้ได้รับเลือกจากวารสารสวนญี่ปุ่นให้เป็นสวนที่ยอดเยี่ยมที่สุดของญี่ปุ่น 16 ปีซ้อน และยังได้รับรางวัลสามดาวจากการจัดอันดับมิชลินกรีนไกด์ญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนังสือนำเที่ยวที่ตีพิมพ์ในประเทศฝรั่งเศส
ผลงานภาพวาดญี่ปุ่นนั้นเป็นที่นิยมโดยมีผลงานชุดโยโกยามะ ไทคังเป็นตัวชูโรง

  • Joanna Lemanska

    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่จัดแสดงคอลเลกชันศิลปะญี่ปุ่นยุคใหม่อันงดงามจำนวนหนึ่ง โดยมีผลงานของศิลปินต่างๆ อย่างเช่นโยโกยามะ ไทคัน เช่นผลงานชื่อดัง "ใบไม้ฤดูใบไม้ร่วง" ซึ่งเป็นภาพวาดที่รวมเอาจุดเด่นทั้งหมดของภาพวาดญี่ปุ่นยุคใหม่ไว้อยู่ในภาพเดียว ระหว่างที่ชื่นชมคอลเลกชัน ฉันก็สังเกตสวนรอบตัวตึกพิพิธภัณฑ์ไปด้วยเหมือนกัน สวนของพิพิธภัณฑ์อาดาจิได้รับการออกแบบให้เป็นเหมือนละครนิ่งที่มีชีวิตจริงๆ ให้ผู้มาเยือนได้มองดูผ่านหน้าต่างมากมายที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนกรอบรูป ดังนั้นไม่ว่าใครก็ต้องประทับใจกับความกลมกลืนที่ได้เห็นนี้ค่ะ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมสวนแห่งนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสวนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นค่ะ

    ที่โคโยคันเรียวคัน ฉันได้มีโอกาสทานอาหารสำหรับพระในพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นอาหารมังสวิรัติแบบ 100% เลยค่ะ ถือเป็นการสัมผัสประสบการณ์ด้านรสชาติอย่างแท้จริงแบบที่ฉันไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน ฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะที่ได้ลิ้มลองมื้ออาหารที่แสนพิเศษอย่างนี้ในสถานที่อันเงียบสงบซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัดคิโยมิสึเดระ เมืองยาสึกิ ซึ่งเราได้ไปเยี่ยมชมหลังจากนี้

    ฉันชอบเดินเล่นในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้ท่าเรือแห่งนี้มากเลยค่ะ ทั้งบ้านไม้เก่าแก่ มีนักท่องเที่ยวน้อยมาก และบรรยากาศที่เหมือนหลุดมาจากอีกยุคหนึ่ง ฉันคิดว่านี่เป็นการปิดท้ายการผจญภัยของเราในจังหวัดชิมาเนะที่เหมาะมากเลยค่ะ

  • Aala Kanzali

    สวนของพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ได้รับเลือกให้เป็นสวนญี่ปุ่นที่สวยที่สุดในประเทศ ส่วนตัวพิพิธภัณฑ์อาดาจิเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงงานศิลปะสมัยใหม่ และตึกพิพิธภัณฑ์ก็ล้อมรอบไปด้วยสวนญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น สวนของที่นี่มีความซับซ้อนแต่เรียบง่าย ออกแบบมาในลักษณะที่จะทำให้คุณต้องประทับใจกับภาพวาดขนาดเท่าของจริงที่เหมือนมีชีวิต รายละเอียดทั้งหมดถูกออกแบบมาให้มั่นใจว่ามีการจัดวางองค์ประกอบได้อย่างสมบูรณ์แบบและได้รวมเอาธรรมชาติที่อยู่โดยรอบเข้ามาเป็นส่วนประกอบหนึ่งในงานนี้แล้ว

    หลังจากไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ เราได้ลองทานโชจินเรียวริ (อาหารสำหรับพระในพุทธศาสนา) ที่โคโยคัง คุณอาจจะไม่ได้เป็นมังสวิรัติแต่ก็สามารถเอร็ดอร่อยไปกับรสชาติของอาหารมื้อนี้ได้อย่างแน่นอน ทำไมน่ะหรือ เพราะมันอร่อยมากเลยยังไงล่ะครับ รสชาติหลากหลาย ทำให้รู้สึกว่าได้ทานอาหารอร่อยๆ ที่ดีต่อสุขภาพด้วย เป็นมื้อที่สมบูรณ์แบบมากครับ บรรยากาศก็ดี

    ศาลเจ้ามิโฮะเป็นปูชนียสถานที่มีลักษณะเด่นตรงไม้โครงสร้างศาลที่ไม่มีการลงน้ำมันเคลือบเงาใดๆ บวกกับขนาดอันน่าทึ่ง ทำให้เราได้เห็นการจัดพิธีกรรมโบราณอย่างใกล้ชิดจนเหลือเชื่อเลยทีเดียว การเดินเล่นตามตรอกซอกซอยในมิโฮโนะเซกิก็สนุกดีด้วยครับ

[รถชัตเทิลบัสฟรี]
พิพิธภัณฑ์ศิลปะอะดาจิ --> สถานียาสุกิ ประมาณ 20 นาที

[รถไฟด่วน JR ที่มุ่งหน้าไปอิซุโมชิ, สายหลักซันอินที่มุ่งหน้าไปนิชิอิซูโม่]
สถานียาสุกิ --> สถานีมัตสึเอะ
รถไฟธรรมดา (จอดทุกสถานี) ประมาณ 20 นาที
รถไฟด่วน ประมาณ 15 นาที

[รถชัตเทิลบัสของสนามบิน]
สถานีมัตสึเอะ --> สนามบินอิซูโม่เอ็นมุสุบิ 30 นาที

สนามบินอิซูโม่เอ็นมุสุบิ

JAL (JAL Japan Explorer Pass) ดูรายละเอียด

  • Aala Kanzali

    ที่สนามบินอิซุโมะ เราซื้อ "โซระ-เบน" ("เบนโตะท้องฟ้า") ไว้เป็นอาหารเย็น "โซระ-เบน" หมายถึงอาหารที่เตรียมไว้จำหน่ายที่สนามบินเพื่อนำขึ้นไปทานบนเครื่อง ซึ่งก็เหมาะกับคนที่ต้องการทานอะไรที่ทานได้อย่างรวดเร็วด้วยครับ

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

  • Joanna Lemanska

    ระหว่างทริปสั้นๆ ในญี่ปุ่น การแบ่งทริปให้ได้เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่งทั้งในโตเกียวและในจังหวัดชิมาเนะถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้เราได้รู้จักประเทศในฝันแห่งนี้มากขึ้นค่ะ ซึ่งเส้นทางเที่ยวของทริปนี้เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวหลายๆ ที่รวมกัน ทั้งเมืองที่สดใสทันสมัยสุดๆ และหมู่บ้านเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนอดีตค่ะ ระหว่างเที่ยวก็ยังได้ชิมอาหารญี่ปุ่นที่ยอดเยี่ยมและน่าประหลาดใจมากมายหลายเมนูไปพร้อมๆ กันด้วยค่ะ

  • Aala Kanzali

    เส้นทางนี้ก็ดีนะครับ สนุกสนาน และที่สำคัญก็คือเป็นการผสมผสานระหว่างแง่มุมทันสมัยมีชีวิตชีวาและประชากรหนาแน่นของโตเกียวกับจังหวัดชิมาเนะ ซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งเลยครับ ชิมาเนะทำให้เราได้เห็นถึงความสวยงามของญี่ปุ่นผ่านทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาและความเงียบสงบของธรรมชาติที่นั่นครับ

เสียงจากนักท่องเที่ยว

มารู้จักชิบุยะ หนึ่งในย่านที่มีชีวิตชีวามากที่สุดในโตเกียวและมาหลงในย่านที่เป็นถิ่นกำเนิดของวัฒนธรรม "คาวาอิ" อย่างฮาราจูกุ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นทริปสั้นๆ สู่จังหวัดชิมาเนะที่เต็มไปด้วยสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ถือเป็นการผสมผสานเทรนด์ใหม่ๆ กับวัฒนธรรมโบราณรวมกันได้อย่างลงตัวค่ะ

Joanna Lemanska
บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว
ที่อยู่อาศัย:เดิมเป็นชาวโปแลนด์
  • งานอดิเรก

    การท่องเที่ยว

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    2 ครั้ง

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ผมคิดว่าทัวร์นี้น่าจะดึงดูดความสนใจคนที่อยากค้นพบแก่นแท้ของญี่ปุ่นด้วยการสัมผัสถึง "บรรยากาศ" ในโตเกียวและเรียนรู้วัฒนธรรมเก่าแก่ที่จังหวัดชิมาเนะซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง

Aala Kanzali
บรรณาธิการบทความท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์
ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
สถานที่เกิด:ประเทศฝรั่งเศส
  • งานอดิเรก

    เดิน ท่องเที่ยว ทำอาหาร ถ่ายภาพ

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การเดินทางที่แนะนำ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

Back to Top

COPYRIGHT © CHUGOKU+SHIKOKU × TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.