OKAYAMA
  • TOKYO
  • OKAYAMA

PLEASURE BOATS

หลังจากเพลิดเพลินกับการล่องเรือสำราญอันทันสมัยที่แม่น้ำสุมิดะของโตเกียวแล้ว ไปนั่งเรือพายที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ คุระชิคิ พื้นที่ที่เคยเจริญรุ่งเรืองครั้งอยู่ในความควบคุมของโชกุนเอโดะ เป็นการเดินทางที่เพลิดเพลินไปกับการย้อนอดีตจากโตเกียวไปไกลถึงยุคเอโดะ

Official Tokyo Travel Guide
https://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
https://www.okayama-japan.jp/th/

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : July 2016 Boy
    บล็อกเกอร์
    ที่อยู่อาศัย:กรุงเทพฯ ประเทศไทย
  • Traveled : July 2016 Pok
    นักข่าว
    ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
    สถานที่เกิด:กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ANA848 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • Boy

    <สายการบินระหว่างประเทศ>
    ทริปนี้เราเดินทางจากเมืองไทยด้วยสายการบิน ANA ออกเดินทางช่วงกลางวันครับ11.25น. เอาแบบสบายๆ ข้อดีคือ ได้พักผ่อนเต็มที่ก่อนเที่ยวโตเกียว บนเครื่องบินนี้ผมนั่งดูหนังไปตลอดทาง อาหารการกินมีไม่ขาดจริงๆกับสายการบินนี้ ชอบที่สุดตรงที่นั่งติดกระจกที่สามารถปรับแสงได้ มองออกไปสบายตามาก ไปถึงที่โตเกียวก็ค่ำพอดีครับ ประมาณ 2ทุ่ม เข้าพักผ่อนที่โรงแรมก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยออกไปเที่ยวกัน

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียวmore

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

เป็นประตูเข้าออกทางอากาศของโตเกียว ภายในอาคารผู้โดยสารเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์มากมาย สามารถชมทิวทัศน์ของอ่าวโตเกียวได้จากจุดชมวิวบนดาดฟ้า ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้โดยสารที่จะเดินทางก็สามารถเพลิดเพลินได้

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

ฮัปโปเอ็น เอ็นจุmore

ฮัปโปเอ็น เอ็นจุ

ตั้งอยู่ในสถานที่จัดงานแต่งงาน "ฮัปโปเอ็น" ที่เอ็นจุ สามารถมองเห็นสวนญี่ปุ่นที่กว้างใหญ่ เพื่อให้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของสี่ฤดูกาล ผ่านทางวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารตามฤดูกาลและทัศนียภาพของสวน จึงเสิร์ฟอาหารเซ็ตไคเซกิแบบออริจินอลพร้อมกับใช้ถ้วยชาม 12 เดือนที่สวยงาม และยังสามารถลิ้มรสอาหารเซ็ตโอะมากาเสะไคเซกิ (เมนูตามใจเชฟ) ที่เชฟได้เลือกสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดีที่อยู่ในสภาพที่อร่อยที่สุดในตอนนั้น

  • Boy

    <ฮัปโปเอ็น (Happoen)>
    สวนHappoen น่าประทับใจมากที่มีอายุยาวนานกว่า400 ปี และยังคงความสวยงามไว้ได้แบบนี้ เป็นการจัดสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่สวยมาก จริงๆผมสามารถใช้เวลาอยู่ในสวนนี้เพื่อมองหามุมถ่ายรูปได้ทั้งวันทีเดียว ไม่แปลกใจเลยที่ มีคู่รักชาวญี่ปุ่นมาจัดงานแต่งที่นี่ปีละ 2,000คู่ ยังมีแพคเกจรองรับการจัดงานเลี้ยง งานสัมนาต่างๆด้วย น่าสนใจอย่างยิ่ง ความสวยงามของแต่ละฤดูกาลคงแตกต่างๆไปอย่างแน่นอน การเดินทางมาก็ไม่ยาก

    <เอ็นจุ (Enju)>
    เรากินอาหารกลางวันกันที่ สวนHappoen เป็นอาหารสไตล์ญี่ปุ่น นี้ถ้าได้นั่งดูเขาปั้นข้าวปั้น น่าจะดี เพราะชอบข้าวปั้นมากๆ ทำออกมาได้น่ากินมากทีเดียว

  • Pok

    <ฮัปโปเอ็น (Happoen)>
    สวนฮัปโปเอ็น เป็นสวนจัดแต่งสไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่สร้างมากว่า 300 ปี และในสวนยังมีต้นบอนไซมากมายและมีต้นบอนไซที่มีอายุกว่า 500 ปีอีกด้วย ในปัจจุบันเป็นเป็นสวนที่ใช้จัดงานแต่งงาน หรือถ่ายรูปสำหรับงานแต่งงาน และที่นี่ยังมีร้านหารอาหารและคาเฟ่ให้ ดื่มด่ำบรรยากาศของสวนฮัปโปเอ็นแห่งนี้ไปพร้อมกับอาหารสุดแสนอร่อย เนื่องจากสวนมีขนาดพอเหมาะให้เดินชมการจัดสวนในรูปแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแวะพักชม

    <เอ็นจุ (Enju)>
    ครั้งนี้เรารับทานมื้อเที่ยงที่ร้าน Enju ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นของสวนฮัปโปเอ็นค่ะ โดยอาหารที่นี้จะทำอาหารโดยวัตถุดิบตามฤดูกาลเทมปุระ ตามด้วยซูชิซึ่งเป็นจานหลัก และจบด้วยของหวานสไล์ญี่ปุ่น เป็นเซ็ตอาหารที่ลงตัว และอร่อย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นพร้อมกับได้ชมบรรยากาศสวนญี่ปุ่น ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ต้องลองมาให้ได้ซักครั้ง

โตเกียวเมโทร สายนัมโบกุ
สถานีชิโระคะเนะได→ สถานีทาเมอิเกะซันโน
โตเกียวเมโทร สายกินซ่า
สถานีทาเมอิเกะซันโน → สถานีอะซะกุสะ
ประมาณ 30 นาที

  • Boy

    <รถไฟใต้ดิน>
    เรื่องการนั่งรถไฟใต้ดินในกรุงโตเกียว ยังคงเป็นความท้าทายและสนุกสนานในการเดินทางเช่นเคย ทำเวลาเที่ยวได้ดีก็ตรงที่ใช้บริการรถไฟใต้ดินนี้ละ

รถไฟโทบุ
อะซะกุสะ→ โตเกียวสกายทรี
ประมาณ 3 นาที

โตเกียวสกายทรี®more

โตเกียวสกายทรี®

โตเกียวสกายทรี®มีความสูง 634 เมตรซึ่งได้รับการรับรองจากกินเนสส์เวิลด์เร็กคอร์ด™ เป็นหอคอยที่สูงที่สุดในโลก จากเท็มโบเด็ค (จุดชมวิว) สูงเหนือพื้นดิน 350 เมตร สามารถมองเห็นทัศนียภาพทั้งหมดของภูมิภาคคันโตหรือแม้แต่ภูเขาไฟฟูจิในระยะไกลในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ยิ่งไปกว่านั้น จากเท็มโบไคโร (ระเบียงชมวิว) ที่สูงขึ้นไปอีก 100 เมตร สูงเหนือพื้นดิน 450 เมตร สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของคันโตได้ นอกจากนี้ในตอนกลางคืน หอคอยจะส่องสว่างไปด้วยแสงไฟสีฟ้าอ่อน "อิกิ" และสีม่วง "มิยะบิ" สลับกันไปมาทุกคืน ในแต่ละฤดูกาลจะมีการเปลี่ยนเป็นแสงไฟสีพิเศษโตเกียว ที่ฐานของหอคอย มี "โตเกียวโซระมาจิ®" ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่มีร้านค้ากว่า 300 ร้านและร้านอาหาร และยังมีท้องฟ้าจำลอง , พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งวัน โตเกียวสกายทรีถือเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกของโตเกียว

  • Boy

    <โตเกียวสกายทรี>
    เป็นการขึ้นมาเที่ยวที่ Sky Tree ครั้งแรก ตื่นเต้นมาก แค่ลิฟฟ์นี้ก็น่าประทับใจแล้ว ใช้ความเร็ว 600เมตร/นาที เราขึ้นไปชั้นจุดชมวิว ใช้เวลาไม่ถึงนาที แบบนิ่มนวลมากๆ สมกับเป็นหอคอยชมวิวที่สูงทีสุดในโลก ทางเดินชมวิวด้านบนก็ไม่ธรรมดา ไม่ใช่แค่จุดชมวิว ทางเดินเป็นสโลปนิดๆ ทำให้วิวที่เรามองจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเส้นทางก็ยังมีอะไรให้มองตลอดเวลา อยากมีเวลาสักวันมาอยู่บน Sky Tree

  • Pok

    <โตเกียวสกายทรี>
    ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นไปจุดชมวิวของที่นี่ค่ะ ปกติจะถ่ายรูปแค่ด้านหน้าและเดินห้างสรรพสินค้าภายในค่ะ ในครั้งนี้เราจะขึ้นไปชมความสวยงามของโตเกียวแบบ 360 องศากันค่ะ ในชั้นนี้นอกจากดูทัศนียภาพของโตเกียวและ ยังสามารถถ่ายรูปที่ระลึกกลับไปได้อีกด้วย จากนั้นเราก็ซื้อตั๋วไปยัง Tembo Galleria ที่ชั้นนี้ค่ะ ลิฟที่ขึ้นไปจะเป็นลิฟท์ใสคะจะมองเห็นภายนอกลิฟออกไปยังข้างนอก ขณะขึ้นลงค่ะ ในวันนี้ที่ชั้น Tembo Galleria มีจัดแสดง อุลตร้าแมนค่ะ ซึ่งได้นำหุ่นมาจัดแสดงและ อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายทำจริงบางอย่างมาแสดง ให้ได้เดินชมกันค่ะ อีกทั้งยังมี ประวัติของอุลตร้าแมนให้ได้อ่านเรื่อยๆขณะเดินชมอีกด้วยนะคะ และเมื่อลงไปยังชั้น 340เมตร สามารถไปยืนบนพื้นกระจก และถ่ายรูปจากมุมสูงได้ที่นี่ค่ะ

รถไฟโทบุ
โตเกียวสกายทรี→อะซะกุสะ
ประมาณ 3 นาที

ล่องเรือในแม่น้ำสุมิดะ (โฮทะรุนะ)more

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

ล่องเรือในแม่น้ำสุมิดะ (โฮทะรุนะ)

”โฮทะรุนะ” ที่มีอิมเมจเป็นยานอวกาศ ตัวเรือมีรูปร่างหัวท้ายมนเพรียวลม สีซิลเวอร์ เมทัลลิค , ประตูปีกนกนางนวลที่ต่อเนื่องกัน , บนหลังคาเรือมีการติดตั้งดาดฟ้าสำหรับเดินเล่นเพื่อให้สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์นอกเรือได้ นอกจากนี้ กระจกหน้าต่างทางด้านหลังของเรือจะปล่อยแสงอ่อนๆออกมา ตั้งแต่ตอนเย็นถึงตอนกลางคืน แสงนั้นจะส่องสว่างที่แม่น้ำสุมิดะราวกับเป็นหิ่งห้อย

  • Boy

    <ล่องเรือในแม่น้ำสุมิดะ (โฮทะรุนะ)>
    เป็นการเดินทางเที่ยวทางเรือ ที่อยากนั่งมานานแล้วครับ สำหรับเรือลำนี เป็นเรือกระจกใสหน้าตาดีที่ดูทันสมัยมากๆ ตั๋วเรือลำนี้ไม่ได้ระบุที่นั่งไว้ แต่แน่นอนผมไม่ได้นั่งเลย เพราะเดินถ่ายรูปสนุกกว่า เรือวิ่งออกจากท่าเรือที่ Asakusa เพื่อไปที่ Daiba ผ่านสะพานสวยๆหลายแห่งในโตเกียว มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาจะเปิดดาดฟ้าเรือ ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปถ่ายภาพด้านบนได้ ช่วงนี้สนุสนานมาก นักท่องเที่ยวชอบและตื่นเต้นมาก ผมก็ตื่นเต้นไปด้วยเห็นอะไร2ข้างทางตลอดลำน้ำเป็นฉากสวยๆ ถ่ายภาพเพลินจนถึง Daiba

  • Pok

    <ล่องเรือในแม่น้ำสุมิดะ (โฮทะรุนะ)>
    จากนั้นเราก็มาต่อด้วยล่องเรือสำราญจากอาซากุสะสู่ โอไดบะโดยใช้เวลา 50 นาทีค่ะ ซึ่งเป็นบริการของ Tokyo Cruise ค่ะ ครั้งนี้เราได้ขึ้นเรือที่รุ่น Hotaluna (บรรจุผู้โดยสารได้ 261 คน) ค่ะ ภายในเรือนั้นจะเป็นเรือโปร่งใส่ มองเห็นได้โดยรอบ โดยสามารถชมทัศนียภาพของแม่น้ำซุมิดะ ล่องเรื่องสู่โอได้บะ และเมื่อถึงเวลาอันสมควรทางเรือจะเปิดดาดฟ้าของเรือให้ออกไปชมและดื่มด่ำบรรยากาศกันอีกด้วยซึ่งก่อนเวลาเปิดนั้นต่างคนต่างรอที่หน้าประตูเพื่อที่จะได้ขึ้นไปเลยล่ะค่ะ และเรือจะสิ้นสุดปลายทางสู่โอไดบะที่หาดโอไดบะไคฮินฮามะโคเอ็น(お台場海浜公園)ค่ะ ซึ่งที่หาดแห่งนี้ต่างมีผู้คนมากมายมาเล่นน้ำทะเลกับอีกด้วย ที่หาดแห่งนี้ ยังมีห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ ,สถานีโทรทัศน์ฟูจิ(Fuji TV) อีกด้วย

โฮะตะรุนะ
อะซะกุสะ→โอะไดบะ
ประมาณ 60นาที

  • Boy

    <เดินเล่นที่ไดบะ>
    ผมว่า Daiba เป็นอะไรที่มาโตเกียวแล้วห้ามพลาดทีเดียว เป็นจุดชมวิวที่สวยจุดหนึ่งของโตเกียว มีชายหาด ที่นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนเล่นน้ำกัน เป็นพื้นที่สาธารณะที่น่าสนใจมาก ยังมีรูปปั้นเทพีเสรีภาพ ที่มองเห็นฉากหลังเป็นสะพานแขวนยาว จุดนี้เป็นจุดหนึ่งที่บอกตัวเองได้เลยว่ามาถึงโตเกียวแล้ว

  • Pok

    <เดินเล่นที่ไดบะ>
    เมื่อมาถึงที่โอไดบะแล้วจึงเดินไปยังสถานีโทรทัศโตเกียวค่ะ แอบเดินเที่ยวชมเล็กน้อย ทางเข้าของอาคารเราจะเจอคาเฟ่ จิบิมารุโกะจัง ซึ่งน่ารักมากๆ และเมนูอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ นั้นจัดแต่งอย่างน่ารักในแบบของการ์ตูนเรื่องนี้ค่ะ อีกทั้งภายในอาคารยังสามารถเข้าชมได้อีกด้วย และเจ้าลูกกลมๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของตึกนี้คือ "Hachitama" Spherical Observation Room" นั้นเอง

ชินโคสึ ยูริคาโมเมะ
ไดบะ→ ชิมบาชิ
ประมาณ 15 นาที

  • Boy

    <รับประทานอาหารเย็นที่ชิมบะชิ>
    ไปกินร้านอาหารแบบพื้นถิ่นกันอีกอย่าง ที่มาญี่ปุ่นแล้วพลาดเสียใจแย่ ร้านที่ขายโอเด้ง ร้านนี้มีเมนูภาษาอังกฤษด้วย เพิ่งรู้ว่าโอเด้งมีหลายอย่าง เลือกไม่ถูกเลย ก็เลยจัดแบบเป็นชุดรวมมาลอง ร้านสะอาด มีที่วางกระเป๋าให้ด้วย น่ารักที่สุด

  • Pok

    <รับประทานอาหารเย็นที่ชิมบะชิ>
    มื้อเย็นวันนี้เรามาทานที่ร้านโอเด้งย่านชิมบาชิ ร้านโอทะโค(お多幸) ร้านโอเด้งที่มีตั้งมาตั้งแต่สมัยโชวะในปี 1932 ซึ่งก็หมายความว่าร้านนี้ตั้งมาแล้ว 84 ปีนั้นเอง โดยเมนูโอเด้งนั้นจะเป็นเมนูของต้ม กับน้ำซุปสูตรพิเศษของร้าน ที่ร้านแห่งนี้อยู่ในย่านที่เหล่าคนทำงานในกรุงโตเกียวมักมาแวะดื่มกัน ถ้ามาในวันธรรมดาแล้วล่ะก็ คุณจะพบว่าคุณนั่งอยู่ท่ามกลาง ชาวพนักงานออฟฟิสที่มาพูดคุยสังสรรค์หลังเลิกงานกันที่นี่

ROYAL PARK HOTEL THE SHIODOME, TOKYO

  • Boy

    <ที่พัก:Royal Park Hotel Shiodome>
    พักที่โรงแรม Royal Park Hotel Shiodome กลับเข้ามาค่ำหน่อยแต่ว่าทันเวลาพอดี ที่ข้างๆโรงแรมมีโชว์นาฬิกาบอกเวลาตอน2ทุ่ม น่าประทับใจมาก ส่วนเรื่องที่พักโรงแรมนี้ บริการดีมาก แอบบอกว่า คืนสุดท้ายก็กลับมานอนนี้อีกครั้ง เขาอัพเกรดห้องพักที่จองไว้ให้ ดีขึ้น ได้วิวสวยขึ้นด้วยละ เลยได้นอนห้อง2แบบเลย ชอบโต๊ะทำงาน และมีสายLAN มาให้ด้วย ทำให้ทำให้ทำงานได้สะดวกมาก เพราะอินเตอร์เนตเร็ว วิวบนห้องก็สวย เพราะแค่ ล๊อปบี้ก็ชั้น24แล้ว อยู่บนตึกสูงวิวสวย ห้องอาหารเช้านี้นั่งกินชมวิวโตเกียวทาวเวอร์

  • Pok

    <ที่พัก:Royal Park Hotel Shiodome>
    โรงแรมที่เข้าพักในคืนนี้ เป็นโรงแรมย่านชิมบาชิ โรงแรม Royal Park Hotel Shiodome ภายในห้องพักมีขนาดพอเหมาะ ตกแต่งด้วยสไตล์ร่วมสมัย และมีอุปกรณ์ให้อย่างครบครัน บนเตียงนั้นนุ่มสบาย ช่วยผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยวในวันนี้ได้เป็นอย่างดี และอาหารเช้าที่นี้ มีสองแบบให้เลือกค่ะ แบบอาหารตะวันตกหรือแบบจีนค่ะ เราเลือกแบบตะวันตกค่ะ ซึ่งเราชอบเจ้าไส้กรอกของที่นี่เป็นพิเศษค่ะ อร่อยมากๆค่ะ

วันที่สอง

CHUGOKU(OKAYAMA)

  • Boy

    <JR>
    การเดินทางด้วยรถไฟในโตเกียว เป็นความสะดวกสบายที่รวดเร็ว และเป็นทางเลือกอันดับแรกในการเดินทางท่องเที่ยว เพราะตรงเวลา จัดสรรเวลาได้แน่นอน

10:05 ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

ANA653 (ANA Experience JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

  • Boy

    <สายการบินภายในประเทศ>
    ครั้งนี้ได้ใช้เวลาทำความรู้จักกับสนามบินฮาเนดะจริงๆสักที เราจะเดินทางจากโตเกียว ไป โอกายามะ ทางเครื่องบินโดยสายการบิน ANA ขึ้นเครื่องบินระหว่างประเทศที่เทอมินอล2 เดี่ยวนี้เขามีระบบเช็คอินด้วยตัวเอง และตู้โหลดกระเป๋าอัตโนมัติกันแล้ว เดินขึ้นไปเที่ยวบนดาดฟ้าสนามบินมาด้วย ดูเครื่องบินขึ้นลง เราใช้เวลาเดินทาง กันเพียงชั่วโมงนิดๆก็มาถึง โอกายามะ

  • Pok

    <สายการบินภายในประเทศ>
    การเดินทางสู่โอกาย่ามาในครั้งนี้เราเลือกเดินทางโดยเครื่องบิน โดยครั้งนี้เราเลือกเดินทางกับสายการบิน ANA โดยใช้แล้ว 1 ชั่วโมง 15 นาทีก็ถึง สนามบินโอกาย่ามา

11:20 สนามบินโอคายามะโมโมทาโร่more

11:20 สนามบินโอคายามะโมโมทาโร่

สนามบินโอคะยะมะมีเส้นทางบินในประเทศ 3 เส้นทางไปยังโตเกียว, ซับโปโร และโอกินาวะ และมีเส้นทางบินต่างประเทศ 4 เส้นทางไปยังโซล, เซี่ยงไฮ้, ฮ่องกง, และไทเป นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินเหมาลำและเฉพาะกิจให้บริการที่นี่จำนวนมากด้วย
ที่ตั้งของสนามบินแห่งนี้สะดวกมาก ใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาทีโดยรถยนต์จากใจกลางเมืองโอคะยะมะ และ 10 นาทีจากทางออกทางหลวงที่ใกล้ที่สุด นอกจากนี้ยังมีรถบัสเที่ยวประจำคอยวิ่งให้บริการไปยังเมืองโอคะยะมะและคุระชิคิ ทำให้การเดินทางไปยังเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้สะดวกสบายมาก ยิ่งไปกว่านั้น เมืองใหญ่ ๆ อย่างโกเบ โอซาก้า ฮิโรชิมะ โยนะโคะ ทะคะมัตสึ และโคจิ ยังอยู่ห่างออกไปเพียง 2 ชม.โดยทางหลวง ผู้คนมากมายจากทั้งในและนอกจังหวัดจึงมาใช้สนามบินโอคะยะมะแห่งนี้เพื่อการเดินทางทั้งในประเทศ, นอกประเทศและเชิงธุรกิจ

รถบัสลิมูซีนจากสนามบินโอคะยะมะ
สนามบินโอคะยะมะ→สถานีโอคะยะมะทางออกด้านตะวันตก
(ประมาณ 30 นาที)

ขึ้นรถรางไฟฟ้าโอคะยะมะ
สายฮิงะชิยะมะไปทางฮิงะชิยะมะ
จาก โอคะยะมะเอคิมาเอะ→ชิโระชิตะ
(5 นาที)

  • Boy

    อันนี้ชอบมากครับ กับรถราง เห็นมีอยู่หลายแบบ อยากกนั่งเที่ยวชมเมืองสัก10รอบ

  • Pok

    <นั่งรถราง>
    รถรางของเมืองโอกายาม่านั้น สามารถขึ้นได้ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟโอกายาม่า การชำระค่าใช้บริการก็เช่นเดียวกับรถไฟคือจ่ายได้ด้วยบัตร IC card หรือเงินสดก็ได้ เช่นกัน โดยเราขึ้นที่สถานี Okayama Eki Mae ไปยังสถานี Jouka เพื่อเดินต่อไปยังสวนโคระคุเอ็น

เดิน
10นาที

สวนโอคายามะโคราคุเอ็นและปราสาทโอคายามะmore

สวนโอคายามะโคราคุเอ็นและปราสาทโอคายามะ

สวนโคะระคุเอ็น
หนึ่งในสามสุดยอดสวนของญี่ปุ่น สวนนี้สร้างขึ้นเมื่อราว 300 ปีที่แล้วโดย ทสึนะมะสะ อิเคดะ ขุนนางรุ่นที่สองของแคว้นโอคะยะมะ สวนที่ไดเมียว (ตำแหน่งขุนนาง) ใช้สำหรับเดินเล่น, สนามอันกว้างใหญ่, สระน้ำ, และภูเขาเทียมตลอดจนห้องชงชา ถูกเชื่อมร้อยกันด้วยทางเดินและทางน้ำ
สวนแห่งนี้ได้รับ 3 ดาวจากคู่มือท่องเที่ยวญี่ปุ่นของมิเชลิน ในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง สวนนี้จะเปิดจนดึกในช่วงเทศกาล "สวนแห่งความฝัน" และ "สวนแฟนตาซีฤดูใบไม้ร่วง"

ปราสาทโอคะยะมะ
ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1597 โดยแม่ทัพฮิเดะอิเอะ อุคิตะ ภายนอกปราสาทกรุด้วยไม้กระดานเคลือบเงาดำทำให้ปราสาทนี้ได้สมยานามว่า "ปราสาทอีกา" อย่างไรก็ตาม หอคอยหลักซึ่งได้บรรจุเป็นสมบัติแห่งชาติตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกเผาเสียหายจากภัยสงครามและได้รับการบูรณะสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง
ภายในหอคอยหลักมีร้านค้า, คาเฟ่, และสิ่งน่าสนใจอื่น ๆ เช่นมุมให้ลองสวมเครื่องแบบขุนนางและเครื่องทรงของเจ้าหญิงฟรี

  • Boy

    <รับประทานอาหารกลางวันที่ "Shokuji dokoro shikisai">
    กินข้าวเที่ยงกันที่ สวน Korakuen มีร้านอาหารตรงทางเข้าด้านหน้า มื้อนี้ได้กินของขึ้นเชื่อของเมืองด้วย เป็นปลาตัวเล็กๆ รสชาติหวานๆเปรี้ยวๆ อาหารมื้อนี้จัดมาสีสันสวยงามน่าตาน่ากินมากๆ

    <สวนโอคะยะมะโคะระคุเอ็น>
    เป็นสวนที่มีการจัดการได้น่าสนใจมากครับ มีความสวยงามของพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด มีกิจกรรมหลากหลายตลอดทั้งแี และมีมุมสวยๆในแบบสวนญี่ปุ่น ที่สวยงามมากๆ มีฉากหลังเป็นปราสาทโอกายามะอีกด้วย ที่ชอบมากคือ นกกระเรียน ที่จะบินไปมาอยูในสวนไม่ไปไหน แต่วันที่ไปไม่ใช่ช่วงที่มันออกมาอยู่ในสวน คงมีสักวันที่จะได้กลับไปชมเจ้านกกระเรียนกลุ่มนี้อีกครั้ง ในสวน Korakuen ช่วงป่าเปลี่ยนสีคงสวยมากแน่ๆ ที่ชอบอีกอย่างคือ มีอาคารโบราณ ที่เป็นลักษณะสไตล์ญี่ปุ่นโบราณให้นักท่องเที่ยวเช่าได้จัดกิจกรรมกลุ่ม นั่งดื่มชา ในราคาต่อชั่วโมงที่ไม่แพงเลย ได้ดื่มชาเขียวเย็นๆที่นี่ และไอศครีมที่ราด้วยซอสบ๊วยอร่อยมาก

    <ปราสาทโอคะยะมะ>
    มีของเก่าๆให้ได้ชมกันหลายชิ้น ที่ชอบคงจะเป็นการได้แต่งชุดโชกุน ถ่ายรูปในปราสาทโอกายามะ และที่ชั้นล่างของปราสาท ยังมีร้านค้า ร้านของที่ระลึกอยู่หลายร้าน ชั้นบนสุดยอดปราสาทมองลงมาเราจะเห็นสวน Korakuen ในอีกมุมมองหนึ่ง

  • Pok

    <รับประทานอาหารกลางวันที่ "Shokuji dokoro shikisai">
    หลังจากเข้ามาภายในสวนโคระคุเอ็นและ ก่อนจะเข้าไปชมสวนเราแวะรับประทานมื้อเที่ยงที่ร้านชิกิไซ(四季彩) ที่เมืองโอกายาม่า นี้เป็นเมืองใกล้กับทะเลของขึ้นชื่อมักจะเป็นของทะเล ครั้งนี้เราเลือกเมนู ข้าวหน้าปลาอานาโกะ ซึ่งคล้ายๆ ปลาไหลค่ะแต่ไม่เหนียวเท่า ทานง่ายค่ะ แถมยังมีโซบะกับซุปร้อนให้ทานคู่กันอร่อยเข้ากันได้เป็นอย่างดี

    <สวนโอคะยะมะโคะระคุเอ็น>
    จากอิ่มหนำและเติมพลังแล้ว เราก็พร้อมแล้วที่จะเข้าชมสวนโคระคุเอ็นซึ่งได้รับดาวจากมิชเชลลินถึง 3 ดาวด้วยกัน สวนแห่งนี้มีอายุเกือบ 400 ร้อยปีและจึงเป็นอีกสวนญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่มีความเก่าแก่ และเป็นสวนสวยที่สามารถมาเที่ยวได้ในทุกฤดูเพราะสีสันของต้นไม้ดอกไม้นั้นต่างก็ผลัดเปลี่ยนสีสันไปตามฤดูอย่างสวยงาม นอกจากได้ชมสวนสวยๆ แล้วเรายังมองเห็นปราสาทโอกายาม่าได้อีกด้วย เป็นทัศนียภาพอันขึ้นชื่อของที่นี่เลยล่ะ นอกจากนี้ ยังมีบริการจิบชาและขนมวากาชิ ของญี่ปุ่น ซึ่งเราเลือก ได้ว่าดื่มแบบธรรมดาภายนอก หรือในบ้านโบราณ ที่เราจะได้ชมสวนจากภายในบ้าน ซึ่งเราเลือกแบบนั่งในบ้านค่ะ ภายในบ้านเราจะมองออกไปในสวน ผ่านหน้าต่างกลามๆ ตัดทิวทัศน์ด้วยปล้องไม่ไผ่ ที่กลายเป็นศิลปะ และสเน่ห์อันงดงาม สุดแสนเพลิดเพลิน ของสวนโคระคุเอ็นแห่งนี้ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีการจัดเทศกาลต่างๆตลอดทั้งปีค่าเข้าชม 400 เยน (หากเข้าชมปราสาทโอกายาม่าด้วย ราคา 560 เยน)

    <ปราสาทโอคะยะมะ>
    ปราสาทโอกายาม่าเป็นปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในปราสาทที่มีความเก่าแก่มากของญี่ปุ่น ปราสาทแห่งนี้ก็เหมือนเช่นปราสาทอื่นๆของญี่ปุ่น ที่ถูกเผาและทำลายในยุคสงคราม และถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ ภายในปราสาท จะจัดแสดงของตกแต่งที่ใช้ตกแต่งปราสาทและประวัติของปราสาท และเมื่อถึงชั้นบนสุดก็จะเห็นทัศนียภาพของเมืองโดยรอบ นอกจากนี้ยังมีบริการกล้องส่องทางไกลดูทัศนีย์ภาพรอบเมืองได้ชัดยิ่งขึ้นอีกด้วย และในปราสาทก็ยังมีบริการแต่งกายแบบยุคสมัยนั้นให้ได้ลองเป็นโชกุนหรือเจ้าหญิง กันได้อีกด้วยค่ะ

เดินเล่นในเมืองโอคะยะมะ(เมืองแห่งไอศครีมพาร์เฟต์ผลไม้)more

เดินเล่นในเมืองโอคะยะมะ(เมืองแห่งไอศครีมพาร์เฟต์ผลไม้)

โอคะยะมะ ดินแดนแห่งแสงอาทิตย์ ถือเป็น "อาณาจักรแห่งผลไม้" ซึ่งพีชและองุ่นพันธุ์มัสแคทของที่นี่มีชื่อเสียงมาก โครงการ "โอคะยะมะ: เมืองแห่งไอศครีมพาร์เฟต์ผลไม้" ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2009 จากความตั้งใจที่จะให้ผู้คนได้เอร็ดอร่อยไปกับผลไม้รสเลิศที่ปลูกอยู่ในโอคะยะมะ ตอนนี้มีร้านกว่า 30 แห่งในเมืองโอคะยะมะที่มีเมนูไอศครีมพาร์เฟต์หลากหลายรสชาติให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มลอง

  • Boy

    <Oshiro chaya>
    parfait เป็นอะไรที่สร้างสรรค์ดีนะผมว่าคนไทยชอบอะไรแบบนี้ ที่เติมความสวยงามและดูสุขภาพดีอีกด้วย เป็นร้านที่โคนันเคยมากินทำให้ดูน่าสนใจขึ้นมาอีกเป็นกอง และยังได้นั่งกินในปราสาทโอกายามะอีกด้วย

  • Pok

    <Oshiro chaya>
    หลังจากชมปราสาทแล้วก็ได้เวลาของว่าง ร้านไอศครีมในปราสาทอันเก่าแก่ ร้าน โอชิโระ ชายะ(หรือแปลได้ว่า ร้านชาแห่งปราสาท นั่นเอง) เนื่องจากฤดูร้อนเดือนกรกฎาคมแห่งนี้ เป็นเดือนแห่งลูกท้อ มีหรือเมื่อเรามาถึงเมืองลูกท้อเมืองแห่งโมโมทาโร่แล้วเราจะไม่ได้ชิม ที่ร้านแห่งนี้ได้นำลูกท้อมาจัดเป็นของหวานให้เราได้ทานกันค่ะ นั้นก็คือพาร์เฟ่ลูกท้อนั่นเอง ความหวานหอมของลูกท้อกับไอศครีมและเยลลี่เข้ากันได้เป็นอย่างดี แถมร้านแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ ที่ปรากฏในการ์ตูนเรื่อโคนันอีกด้วยค่ะ ใครแฟนพันธุ์แท้โคนันห้ามพลาด

เดิน
10นาที

ขึ้นรถรางไฟฟ้าโอคะยะมะ
สายฮิงะชิยะมะไปทางฮิงะชิยะมะ
จาก ชิโระชิตะ→โอคะยะมะเอคิมาเอะ
5 นาที

  • Boy

    <รับประทานอาหารกลางวันที่ "AEON Mall Okayama">
    มื้อเย็นเราหาอะไรกินง่ายๆในห้าง Aeon มองหาเมนูที่คนแถวนี้ชอบกินดูบ้าง คุณภาพอาหารไม่เลวทีเดียว

  • Pok

    ในตอนเย็นเรามาเดินห้างสรรพสินค้า Aeon ค่ะ ซึ่งมื้อเย็นก็เลือกทานง่ายๆ ที่ฟู๊ดคอร์ทของที่นี่ค่ะ เมนุที่เลือกคือ ข้าวหน้าหมูกับไข่ลวกค่ะ ราคาย่อมเยาว์แค่

ANA Crowne Plaza Okayama

  • Boy

    <ที่พัก:ANA Crown Plaza Okayama>
    กลับมาแช่น้ำอุ่นสดชื่นมากๆที่ห้องพักของตัวเอง หลังจากเที่ยวมาเหนื่อยๆ ที่พักอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟโอกายามะ สะดวกมากๆ ทั้งเรื่องเดินทางและหาของกินเล่นจุกจิก ชอบบรรยากาศที่ห้องอาหารเช้ามากโรงแรมนี้จะทำห้องอาหารเช้าไว้ชั้นบนสุด เพื่อให้ได้เห็นวิวทที่สวยของเมือง และถ้ามีโต๊ะว่างริมหน้าต่างพนักงานจะเลือกให้เรานั่งริมหน้าต่างเป็นอันดับแรก และจัดเก้าอี้เพื่อให้นั่งมองเห็นวิวได้สวยมาก เพลินกับอาหารเช้า

  • Pok

    <ที่พัก:ANA Crown Plaza Okayama>
    จากนั้นก็เข้าพักที่โรงแรม ANA CROWNE PLAZA ค่ะซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟโอกายาม่าเลย ที่ห้องพักโรงแรมจัดเรียบร้อยเตียงนุ่มพักผ่อนสบายค่ะ และอาหารเช้าของโรงแรมก็จะเป็นอาหารเช้าแบบตะวันตกแบบบุฟเฟ่ต์ แต่ก็มีเมนูญี่ปุ่นให้เลือกค่ะ โดยอาหารนั้นใช้วัตถุดิบท้องถิ่นค่ะ

วันที่สาม

ANA Crowne Plaza Okayama

ขึ้นรถไฟมารีนไลน์เนอร์เซอร์วิสสาย JR เซโตะ โอฮาชิ (สาย ฮงชิ-บิซัง)
โอคะยะมะ → โคะจิมะ
23 นาที

  • Boy

    <JR>
    เราฝากกระเป๋าสัมภาระไว้ที่จุดฝากกระเป๋าบริเวณสถานีรถไฟ ไปเที่ยวกันก่อนค่ำๆค่อกกลับมาเอา นั่งรถไฟไป Kojima ครึ่งชั่วโมง เที่ยวเมืองแห่งยีนส์

  • Pok

    <JR>
    การเดินทางเดินทางง่ายๆจากสถานีโอกายาม่าไปยังสถานีโคจิม่า

ขึ้นรถบัสชิโมะเด็น "โทโคไฮ-โก"
โทโคไฮ-โก → สถานีโคะจิมะ
ประมาณ 5 นาที

ถนนยีนส์โคะจิมะmore

ถนนยีนส์โคะจิมะ

โคะจิมะคือแหล่งกำเนิดของการผลิตยีนส์ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งยีนส์ญี่ปุ่นด้วยเทคโนโลยีการผลิตยีนส์ขั้นสูง เอกลักษณ์ที่เด่นที่สุดของยีนส์โคะชิมะคือ "ผิวสัมผัส" โดยมีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศญี่ปุ่นมาที่นี่เพิ่อเฟ้นหายีนส์ที่มีเหมาะสำหรับตัวเองที่สุดถนนที่ทอดตัวยาวประมาณ 400 ม. ตั้งแต่หน้าอดีตที่พักอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของโนะซะคิไปจนถึงสวนสาธารณะอะจิโนะที่ 2 เรียงรายไปด้วยร้านขายยีนส์แบรนด์เนมจากโคะจิมะ, คาเฟ่, และร้านจิปาถะมากมาย

  • Boy

    <เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์Betty Smith>
    Jeans Museum มีโอกาสได้ทำ สายคล้องโทรศัพท์ด้วยตัวเอง เขามี Workshop ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ง่ายๆเกี่ยวกับการผลิตยีนส์ที่ต้องใช้ผ้ายีนส์และกระดุมด้วยการทำสายคล้องมือแบบนี้ละเข้าท่านะ ส่วนใครจะลองทำตกแต่งกางเกงยีนส์ด้วยตัวเองก้ไม่เลว แต่ต้องมีเวลาสักหน่อยเพราะความงามต้องใช้เวลาเลือก ที่นี่เรายังได้เรียนรู้เรื่องราวของยีนส์ผ่าน สิ่งของสะสมของทางพิพิธภัณฑ์อีกด้วย และยังมีบริการสั่งตัดสีนส์ในแบบและสไตล์ของตัวเอง หนึ่งเดียวในโลกอีกด้วย แล้วเขาก็จะส่งให้เมื่อตัดเย็บเรียบร้อย

  • Pok

    <เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์Betty Smith>
    เมื่อถึงโรงงานและพิพิธภัณฑ์ยีนส์ Betty Smith ซึ่งถือได้ว่าเป็นยีนส์ยี่ห้อแรกของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ โดยที่นี่จะมีให้เราลองทำของเครื่องใช้จากยีนส์เองด้วยค่ะ เราก็ได้ทำพวงกุณแจจากยีนส์ค่ะ โดยการเลือกเส้นผ้าและเม็ดกระดุมที่ชื่นชอบจากนั้นก็ประกอบเข้าด้วยกันด้วยเครื่องปั้มกระดุมค่ะ จากนั้นเราก็ไปยังส่วนพิพิธภัณฑ์ซึ่งที่นี่จะบอกเล่าเรื่องราวของการกำเนิดยีนส์ และการผลิตยีนส์ในยุคเริ่มแรกของญี่ปุ่นค่ะรวมไปถึงวิวัฒนาการของยีนส์ในญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคเริ่มต้นถึงปัจจุบัน และสุดท้าย เราก็ไปยังเอ้าท์เล็ทของ Betty Smith ค่ะมีผลิตภัณฑ์จากยีนส์ต่างๆ และกางเกงยีนส์ราคาโรงงานในราคาย่อมเยาว์อีกด้วย

ขึ้นรถบัสชิโมะเด็น "โทโคไฮ-โก"
สถานีโคะจิมะ→โทโคไฮ-โก
ประมาณ 5 นาที

  • Boy

    <รับประทานอาหารกลางวันที่ "Seto no aji seika">
    จากสถานีรถไฟ เรามาร้านสเต็กอร่อยที่อยู่ไม่ไกลจากสถานี Kojima นัก สเต็กเนื้อนุ่มมากๆ และให้เยอะด้วย กินไม่หมดบอกเลย ทั้งที่ยังอยากจะกินอยู่

  • Pok

    <รับประทานอาหารกลางวันที่ "Seto no aji seika">
    มื้ื้อเที่ยงวันนี้เรายังอยู่ที่เมืองโคจิม่า เป็นร้านสเต็กเนื้อที่ร้านอยู่ห่างออกไปจากสถานีรถไฟเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ร้าน Setouchinoaji Seika(瀬戸内の味 清香) เมนูสเต็กที่นี่อร่อยมากๆ ความสุกของเนื้อเราสามารถเลือกได้ค่ะ เนื้อมีความหอมนิ่มเคี้ยวง่าย สวรรค์ของคนรักเนื้อวัวเลยค่ะ

ขึ้นรถไฟมารีนไลน์เนอร์เซอร์วิส
สาย JR เซโตะ โอฮาชิ (สาย ฮงชิ-บิซัง)
จาก โคะจิมะ→โอคะยะมะ
แล้วต่อรถไฟสาย JR ซันโย
จาก โอคะยะมะ→คุระชิคิ
47 นาที

  • Boy

    <JR>
    นั่งรถไฟไปเที่ยวเมือง Kurashiki ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง เห็นทุ่งนาอยู่เป็นระยะ

ย่านประวัติศาสตร์คุราชิกิบิคังmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

ย่านประวัติศาสตร์คุราชิกิบิคัง

ย่านประวัติศาสตร์คุระชิคิบิคังอนุรักษ์ความงามของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไว้ตราบจนทุกวันนี้ ด้วยแนวต้นหลิวที่พริ้วไหวตามแรงลม และความตัดกันอย่างสวยงามระหว่างกำแพงสีขาวและกำแพง "นะมะโคะ" สีขาวสลับดำทีทอดเงาไปยังแม่น้ำคุระชิคิที่อยู่เบื้องล่าง ในสมัยเอโดะ ย่านนี้รุ่งเรืองในฐานะแหล่งขนส่งข้าว ผู้มาเยือนยังสามารถเห็นร่องรอยของอดีตได้จากโกดังที่สร้างขึ้นจากดินในบริเวณนี้นอกจากนี้ ย่านนี้ยังเป๊นแหล่งรวมสถานที่ทางวัฒนธรรมมากมาย ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮะระที่รวบรวมผลงานศิลปะที่โด่งดังระดับโลกไว้หลายชิ้น, พิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นเมืองคุระชิคิ, พิพิธภัณฑ์โบราณคดีคุระชิคิ, ตลอดจนพิพิธภัณฑ์ของเล่นชนบทญี่ปุ่น เป็นต้นคุณสามารถนั่งเรือล่องแม่น้ำชมวิวเพื่ออิ่มเอมไปกับทัศนียภาพของแม่น้ำคุระชิคิซึ่งในอดีตเคยคราคร่ำไปด้วยเรือล่องแม่น้ำบรรทุกสินค้าแล่นผ่านไปมาจนละลานตา

  • Boy

    <ย่านประวัติศาสตร์คุระชิคิ บิคัง>
    เป็นพื้นที่เมืองบราณ เหมือนเดินอยู่ในสมัยเอโดะ เห็นฉากแบบนี้ คนที่ชอบถ่ายรูปต้องชอบแน่ๆ ร้านค้าต่างๆก็ตกแต่งสไตล์เก่าหมด มีร้านน่ารักอย่างคาเฟ่แมวด้วยนะ มีบริการนั่งรถลากแบบโบราณ ล่องเรือชมบรรยกาศริมแม่น้ำด้วย ตลอดสองฝากจะเต็มไปด้วยต้นหลิวเวลาลมพัดมามันสวยมาก ได้มีโอกาสทำขนมโบราณเก่าที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน กว่า150ปีมาแล้ว ขนมรังนกกระจิบ ร้อนซิครับ แต่เป็นประสบการณ์ที่ไม่เลวทีเดียว มีพิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ด้วย ด้านในนี้ทำให้เห็นถึงภูมิปัญญาของชาวญี่ปุ่นที่มีความคิดสร้างสรรค์กันมาแต่ไหนแต่ไร เพราะที่เห็นทั้งหมดมันคือการละเล่นและสิ่งที่เล่นกันในสมับโบราณทั้งนั้น สนุกมากๆ อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัส

  • Pok

    <ย่านประวัติศาสตร์คุระชิคิ บิคัง>
    หลังจากถึงเมืองคุราชิกิแล้ว เราก็ไปยังหมู่บ้านโบราณยุคเอโดะกันค่ะ (Bikan Historical Quarter) สมัยก่อนนั้นที่ๆ เป็นโกดังของเหล่าพ่อค้าในยุคสมัยเอโดะ และในปัจจุบันได้ถูกดัดแปลงเป็นร้านค้าและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เมื่อถึงที่หมู่บ้านแล้ว ก็ได้แวะที่ร้านขนมคิกโคโด ร้านในเขตพื้นที่บิคังก่อนค่ะเพื่อทดลองทำขนมขึ้นชื่อของร้าน คือขนม Mura suzume นั่นเอง ที่นี่เราสามารถแวะทานขนมมีบริเวณเป็นส่วนคาเฟ่ให้นั่งหรือจะทดลองทำขนมก็ได้ค่ะ ตลอดการทำขนมจะมีสต๊าฟคอยบอกตลอดค่ะ จากนั้นเราก็ไปต่อยังพิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ค่ะ ซึ่งที่พิพิธภัณฑ์จะจัดแสดงของที่เกี่ยวกับโมโมทาโร่ และกิจกรรมสิ่งที่สร้างความหรรษาให้กับคนสมัยก่อนค่ะ ค่ะ จากนั้นก็ต่อด้วยร้านคาเฟ่ขนมหวาน Parlor Kudamono komachi ซึ่งมีหลากหลายเมนูให้เลือกมากมาย แน่นอนว่าเลือกเมนูที่มีลูกท้อ ของขึ้นชื่อที่นี่ค่ะ ซึ่งอร่อยมากและเข้ากับไอศครีมได้เป็นอย่างดี กับบรรยากาศหลังร้านที่เป็นกอไผ่สูงสวยงามค่ะ
    *ราคาสำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อใช้

สนามบินโอคายามะโมโมทาโร่

  • Boy

    <สายการบินภายในประเทศ>
    เที่ยวบินของเราจากโอกายามะ กลับไปโตเกียวครับ 19.55 จะถึงโตเกียว 21.15 มีคนเดินทางกลับโตเกียวด้วยเครื่องบินเยอะเหมือนกันนะ

  • Pok

    <สายการบินภายในประเทศ>
    ที่สนามบิน มีช๊อปและร้านอาหารเล็กๆให้ได้ซื้อของฝากอีกซักนิดก่อนกลับค่ะ และอีกเช่นเคยเราเดินทางกลับด้วยสายการบิน ANA ค่ะ เพียงเวลาชั่วโมงครึ่งเราก็กลับสู่โตเกียวเป็นที่เรียบร้อยค่ะ

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

เสียงจากนักท่องเที่ยว

การเดินทางท่องเที่ยวในทริปนี้ เราเที่ยวกัน 2 เมืองหลักๆ คือ โตเกียว และเมืองโอกายามะ ได้ประสบการณ์การเดินทางทั้ง เครื่องบินในญี่ปุ่น รถไฟใต้ดินในโตเกียว รถโมโนเรล รถราง รถเมล์ รวมทั้งเดินทางเที่ยวทางเรืออีกด้วย การเรียกว่าครบจริงๆ ตื่นตากับกรุงโตเกียวที่มีแต่ความน่าตื่นตาตื่นใจ และ สัมผัสวัฒนธรรมเก่าแก่ ความสวยงามของเมืองโอกายามะ

Boy
บล็อกเกอร์
ที่อยู่อาศัย:กรุงเทพฯ ประเทศไทย
  • งานอดิเรก

    ถ่ายภาพ,อ่านหนังสือ, วาดรูป

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    4 ครั้ง

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ครั้งนี้เป็นการเดินทางท่องเที่ยวจากโตเกียวสู่เมืองโมโมทาโร่อันลือชื่อ เมืองโอกายาม่า ในฤดูร้อนนี้จะได้อิ่มอร่อยกับลูกท้อแสนหวานหลากเมนูของเมืองโอกายาม่า และเที่ยวชมสถานที่อันโด่งดังของจังหวัดโอกายาม่า

Pok
นักข่าว
ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
สถานที่เกิด:กรุงเทพฯ ประเทศไทย
  • งานอดิเรก

    ถ่ายภาพ,อ่านหนังสือ, วาดรูป

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    1 ปี

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การเดินทางที่แนะนำ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

Back to Top

COPYRIGHT © CHUGOKU+SHIKOKU × TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.