YAMAGUCHI
  • TOKYO
  • YAMAGUCHI

PANORAMIC VIEW

หลังจากออกสำรวจรอบๆ โตเกียวโดยรถบัสสองชั้นเปิดประทุนที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับบินอยู่ในอากาศได้แล้วนั้น เราจะเดินทางไปยังเกาะสึโนะชิมะในเมืองชิโมะโนะเซกิที่จังหวัดยามากุจิ ทิวทัศน์จากสะพานสึนะชิมะที่เชื่อมระหว่างเกาะสึโนะชิมะและแผ่นดินใหญ่นั้นเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้! นี่คือการเดินทางอันยอดเยี่ยมที่ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันกับผืนฟ้าและท้องทะเล

Official Tokyo Travel Guide
https://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
http://www.visit-jy.com/th/

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : October 2018 Kim Dao
    ยูทูบเบอร์
    ที่อยู่อาศัย:ประเทศออสเตรเลีย
  • Traveled : October 2018 Oona McGee
    นักเขียนข่าวบนเว็บไซต์
    ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
    สถานที่เกิด:ประเทศออสเตรเลีย

ท่าอากาศยานนานาชาติคิงส์ฟอร์ดสมิธ

ANA880 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • Kim Dao

    เที่ยวบินนี้ออกตรงเวลามากค่ะ เหมือนกับรถไฟในญี่ปุ่นเลย เบาะนั่งสบายมาก มีที่เหลือให้ยืดขาอีกเยอะเหมือนกันค่ะ ที่เบาะจะมีช่องเสียบยูเอสบีและที่เสียบปลั๊กให้คุณได้ชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ระหว่างบินด้วยนะคะ
    สำหรับอาหารที่เสิร์ฟระหว่างบินฉันเลือกทานข้าวหน้าเนื้อซึ่งก็รสชาติดีค่ะ บริการก็เป็นเลิศ ทำให้เที่ยวบินนาน 9.5 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วเลยค่ะ

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียวmore

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

เป็นประตูเข้าออกทางอากาศของโตเกียว ภายในอาคารผู้โดยสารเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์มากมาย สามารถชมทิวทัศน์ของอ่าวโตเกียวได้จากจุดชมวิวบนดาดฟ้า ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้โดยสารที่จะเดินทางก็สามารถเพลิดเพลินได้

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

โตเกียว พาโนรามา ไดรฟ์ more

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

โตเกียว พาโนรามา ไดรฟ์

นั่งรถบัสสองชั้นเปิดประทุนที่เรียกว่า "โอ โซลา มิโอ (O Sola mio)"
สัมผัสภาพและเสียงต่างๆ ของโตเกียว รวมทั้งโตเกียวทาวเวอร์ กินซ่า โทระโนะมงฮิลล์ และอื่นๆ
อย่าพลาดชมทิวทัศน์ที่สวยงามของท่าเรือขณะที่คุณข้ามสะพานสายรุ้ง
เพลิดเพลินไปกับความรู้สึกที่เหมือนกับการบินผ่านอากาศ

  • Kim Dao

    วันนี้แดดดีเหมาะกับการนั่งรถบัสเปิดประทุนมากเลยค่ะ ทำให้เราได้ชมวิวสวยๆ ของกรุงโตเกียว เขามีเครื่องแปลภาษาให้บริการมากถึง 8 ภาษาเลยนะคะ! รถบัสขับพาเราไปชมรอบเขตมินาโตะ และยังขับลอดใต้โตเกียวทาวเวอร์ให้เราได้ถ่ายรูประหว่างนั่งรถผ่านด้วยนะคะ นอกจากนั้นยังขับขึ้นสะพานสายรุ้ง โอไดบะ และสึคิจิที่เคยเป็นที่ตั้งของตลาดปลาชื่อดัง เจ้าหน้าที่นำทัวร์อธิบายข้อมูลสถานที่ต่างๆ ทุกแห่งได้ดีมาก ทำให้ฉันอยากจะแวะไปเที่ยวแต่ละที่เองเลยล่ะค่ะ!

    ร้านอาหารนี้ตั้งอยู่บนถนนที่เงียบสงบ ให้อารมณ์เหมือนอยู่ที่บ้าน ทำให้คนที่เข้ามาทานรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในบ้านญี่ปุ่นเลยค่ะ
    อาหารก็อร่อย รสชาติเยี่ยม เราสั่งเป็นชุดไก่ย่าง 9 ไม้ แต่ละไม้ก็จะมีรสชาติแตกต่างกันออกไปอย่างเป็นเอกลักษณ์ สุดยอดมากค่ะ

  • Oona McGee

    ทัวร์นั่งรถชมโตเกียวแบบพาโนรามาจะพาคุณวิ่งผ่านสถานที่ชื่อดังของเมือง อย่างเช่น โตเกียวทาวเวอร์ ตึกสภานิติบัญญัติแห่งชาติญี่ปุ่น สะพานสายรุ้ง และตลาดปลาโทโยสึ การนั่งชมอย่างสบายๆ บนรถบัสเปิดประทุนก็เป็นวิธีที่ดีนะคะถ้าอยากหลีกเลี่ยงกลุ่มคนที่แสนวุ่นวายโดยที่ยังได้สัมผัสถึงบรรยากาศความมีชีวิตชีวาของเมือง

    เคียวบาชิ อิเซฮิโระเป็นเหมือนเพชรน้ำงามที่ถูกซ่อนอยู่แต่สวยจนคุณอยากจะเก็บไว้คนเดียวเลยล่ะค่ะ! ร้านอาหารแห่งนี้ได้คะแนนเต็มทุกอย่างทั้งในเรื่องอาหารอร่อย บริการที่แสนวิเศษ และบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ

รถไฟโตเกียวเมโทร สายมารุโนะอุจิ / โตเกียว → คาสึมิกาเซกิ

รถไฟโตเกียวเมโทร สายฮิบิยะ / คาสึมิกาเซกิ → รปปงหงิ / ประมาณ 12 นาที / 170 เยน

โตเกียวซิตี้วิว หอสังเกตการณ์ more

โตเกียวซิตี้วิว หอสังเกตการณ์

โตเกียวซิตี้วิว คือสถานที่รับชมทัศนียภาพ “สกายเด็ค” ที่อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 270 เมตรและมีส่วนทางเดินภายในสูงจากระดับน้ำทะเล 250 เมตรซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตเกียว ทำให้สามารถมองเห็นแลนด์มาร์คสำคัญๆ ของโตเกียว อาทิ โตเกียวทาวเวอร์ โตเกียวสกายทรี รวมถึงในวันที่อากาศเป็นใจก็สามารถมองเห็นไกลถึงภูไขไฟฟูจิเลยทีเดียยว “สกายเด็ค” ช่วงเวลาพิเศษที่จะปล่อยอารมณ์ไปกับสายลมและท้องฟ้าอันกว้างใหญ่

  • Kim Dao

    ถ้าคุณอยากเห็นวิวเมืองโตเกียวแบบ 360 องศาโดยไม่โดนคนกลุ่มใหญ่บัง โตเกียวซิตี้วิวจะเหมาะมากค่ะ จากตรงนี้สามารถถ่ายภาพวิวเมืองโตเกียวสวยๆ ได้ง่ายดีด้วยค่ะ สำหรับฉันรู้สึกว่าที่นี่ผ่อนคลายและทำให้รู้สึกเพลินดีค่ะ
    ถ้าขึ้นไปที่สกายเด็คบนชั้นดาดฟ้าก็จะได้ชมวิวในพื้นที่เปิดโล่งด้วยนะคะ เราขึ้นไปข้างบนตอนที่พระอาทิตย์กำลังตกดินพอดี ทำให้ได้เห็นวิวโตเกียวแบบสวยๆ

    รปปงงิเป็นที่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวมากเลยค่ะเพราะเดินทางมาได้ง่าย จะเที่ยวชม ทานอาหาร ช้อปปิ้ง และอื่นๆ ก็สะดวกสบาย

  • Oona McGee

    จุดชมวิวกลางแจ้งที่โตเกียวซิตี้วิวเป็นประสบการณ์ในพื้นที่เปิดโล่งอย่างแท้จริง ทำให้ที่นี่เป็นตำแหน่งที่เหมาะกับการถ่ายภาพโตเกียวอย่างสมบูรณ์แบบ การได้เห็นมหานครแผ่ขยายกว้างไกลรอบทิศจากมุมสูงถือเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากและเป็นไฮไลท์ของทัวร์นี้ ซึ่งจะทำให้คุณจดจำไปอีกนานเลยล่ะค่ะ

    ตึกรปปงงิฮิลส์เป็นที่ตั้งของร้านเสื้อผ้าแฟชันและร้านอาหารที่เก๋ไก๋ จึงเหมาะสำหรับการเดินดูสินค้าและเดินเล่นสบายๆ ยามบ่าย ที่นี่มีพื้นที่สีเขียวน่ารักๆ ชื่อสวนโมริให้คุณได้พักระหว่างเดินเที่ยวรอบเมืองด้วยค่ะ

โดยสารรถไฟใต้ดินโทเอ สายโอเอโดะ ประมาณ 9 นาที / 220 เยน / รปปงหงิ → ชินจูกุ

เดินประมาณ 5 นาทีจากทางออกทิศตะวันออกของสถานี JR ชินจูกุ

ชินจูกุmore

ชินจูกุ

ชินจูกุ เมืองที่การพัฒนาไม่เคยหยุดนิ่งและยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมโตเกียว แลนด์มาร์คสำคัญก็คือเป็นที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาลโตเกียว และสถานีชินจูกุก็ยังเป็นสถานีที่มีผู้โดยสารขึ้นลงมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ถึง 3.5 ล้านคนต่อวันเลยทีเดียว โดยทางออกตะวันออกเปิดสู่โลกแห่งการช้อปปิ้ง พบห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำมากมาย ศูนย์กลางแห่งความบันเทิงอย่างคาบุกิโจและโกลเด้นไก แต่หากก้าวออกไปยังทางออกตะวันตกแล้วล่ะก็ จะพบกับโลกแห่งธุรกิจ เริ่มด้วยอาคารที่ทำการรัฐบาลโตเกียว ตึกสูง อาคารสำนักงาน และโรงแรมเรียงรายมากมาย และยังเป็นที่ตั้งของศิลปะพับบลิกอาร์ทอีกด้วย แต่ถ้าหากอยากสัมผัสบรรยากาศสบายๆ เดินเล่นไปตามทางเดินลัดเลาะซอกซอยระหว่างตึกราวหุบเขาก็ต้องทางออกทิศใต้ และพบกับเสน่ห์ที่แตกต่างกันของเมืองอย่างสวนสวย "ชินจูกุเกียวเอ็น" โอเอซิสอีกแห่งของโตเกียว

  • Kim Dao

    เรามุ่งหน้าไปที่ศาลเจ้าฮานะโซโนะกันเป็นอันดับแรกเพราะที่นั่นจะมีโคมไฟประดับอยู่มากมาย ที่นี่มีบรรยากาศเงียบสงบและเดินทางง่าย เพียงเดินจากคาบุกิโจ 5 นาทีเท่านั้น ถ้าคุณพักแถวนี้และอยากเที่ยวชมวัดสวยๆ สักที่แต่ไม่มีเวลามากนัก แค่เดินมาที่นี่ก็จะได้เจอแล้วค่ะ

    การสั่งอาหารที่อิซากายะทำได้ง่ายมากเลยนะคะ แค่เลือกสั่งเมนูที่ต้องการบนหน้าจอแล้วส่งคำสั่งไปที่ครัว สั่งได้โดยไม่ต้องมีพนักงานรับออร์เดอร์เลยค่ะ! อาหารออกมาเร็วมากๆ และก็อร่อยมากด้วยค่ะ เราได้ลองทานเกี๊ยวซ่าหลายรสชาติด้วยนะคะ ซึ่งฉันขอแนะนำให้ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวญี่ปุ่นได้มาลองทานกันนะคะ เพราะคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การทานอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมจริงๆ และสั่งอาหารได้ง่ายมากๆ เลยค่ะ

    เราไปเดินเล่นกันในคาบุกิโจที่ชินจูกุ ซึ่งเป็นย่านกลางคืนในญี่ปุ่น แม้ว่าย่านนี้จะเป็นที่รู้จักในแง่ดังกล่าว แต่ก็ยังมีอะไรให้ดูอีกมากมายหลายอย่าง

  • Oona McGee

    ถ้าคุณอยากสัมผัสความทันสมัยของโตเกียว การเดินเล่นกลางคืนย่านชินจูกุก็เป็นวิธีที่ดี แสงไฟนีออน เสียงผู้คนจอแจ ตรอกซอกซอยที่เหมือนภาพวาด และแผงขายอาหารที่ซุกอยู่ตามซอกหลืบจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้เข้าสู่โลกแฟนตาซีไซไฟเลยล่ะค่ะ

    การไปร้านอิซากายะหรือร้านเหล้าสไตล์ญี่ปุ่น เป็นวิธีที่เหมาะที่สุดในการสัมผัสวัฒนธรรมการทานอาหารแบบไม่เป็นทางการและได้ลิ้มรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
    ร้านชินจูกุคาเคโคมิเกี๊ยวซ่ามีความพิเศษมากเนื่องจากทางร้านนี้ช่วยให้อดีตผู้ต้องขังได้กลับเข้าสู่สังคมอีกครั้งหนึ่งโดยให้พวกเขาเหล่านั้นได้มีงานทำ และร้านยังเปิดขายตลอด 24 ชั่วโมงจึงเป็นจุดหมายที่ดีหากคุณต้องการหาอะไรทานไม่ว่าในช่วงกลางวันหรือกลางคืนก็ตาม

    คาบุกิโจเป็นหนึ่งในย่านที่มีชีวิตชีวาและมีพลังมากที่สุดในเมืองนี้แล้วหากจะเดินเล่นตอนกลางคืน ที่น่าแปลกใจก็คือท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าและซอกซอยคดเคี้ยวเป็นเขาวงกต คุณจะได้พบกับมุมสงบในฮานาโซโนะจินจะ ศาลเจ้าชื่อดังที่มีชีวิตขึ้นมาด้วยโคมไฟประดับงามตาสำหรับเทศกาลโทริโนะอิจิในเดือนกันยายน

โฮเทลเกรเซอรี่

  • Kim Dao

    โรงแรมนี้ตั้งอยู่ข้างๆ โรงภาพยนตร์โทโฮที่เป็นจุดสังเกตก็อดซิล่าเลยค่ะ
    หากคุณมองออกไปนอกหน้าต่าง คุณจะได้เห็นวิวชินจูกุอันโดดเด่น
    บริการยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ ตอนเช้ามีเสิร์ฟอาหารเช้าซึ่งจัดวางไว้อย่างสวยงาม และมีอาหารญี่ปุ่นให้เลือกหลากหลาย คุณจึงสามารถลองชิมอย่างละนิดละหน่อยได้ทุกเมนู

  • Oona McGee

    โรงแรมแห่งนี้มีบาร์ ร้านค้า ร้านอาหาร และรูปจำลองก็อดซิล่าตัวใหญ่อยู่ตรงบันไดหน้าประตูเลยค่ะ ห้องพักทุกห้องจะมีห้องน้ำกว้างขวาง พนักงานโรงแรมก็ให้บริการอย่างดี ถึงขั้นเอาเบนโตะอาหารเช้ามาส่งถึงห้องก่อนที่เราจะออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้าด้วยนะคะ

วันที่สอง

CHUGOKU(YAMAGUCHI)

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

ANA (ANA Expericence JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

  • Kim Dao

    ขั้นตอนการเช็คอินกับ ANA เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากค่ะ พนักงานก็ดูแลดีมากค่ะ เวลาขึ้นเครื่อง เราจะสแกนคิวอาร์โค้ดแล้วก็ขึ้นเครื่องได้เลย ทุกอย่างดำเนินการไปอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ เที่ยวบินไปยามางุจิใช้เวลาเพียงสั้นๆ ดังนั้นเราจึงได้รับเครื่องดื่มเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างความสดชื่นก่อนเครื่องลง เบาะนั่งบนเครื่อง ANA ก็นั่งสบาย มีที่วางขากว้าง เครื่องมาถึงตรงเวลาที่กำหนดไว้และกระเป๋าก็มาเร็วมากด้วยค่ะ

  • Oona McGee

    ANA มีมาตรฐานในการให้บริการที่สูงอยู่แล้ว และเที่ยวบินจากโตเกียวของเราก็บินดีและออกตรงเวลาค่ะ ในตอนขากลับโตเกียว เราโชคดีที่ได้บินด้วยเครื่องบินสกรีนลายสตาร์วอร์ส ซึ่งในเครื่องก็ยังมีอะไรเล็กๆ น้อยๆ น่ารักเกี่ยวกับสตาร์วอร์สอีกหลายอย่าง รวมถึงเสียงประกาศบนเครื่องจากซีทรีพีโอและอาร์ทูดีทูด้วยค่ะ

ท่าอากาศยานอิวะคุนิคินไทเคียวmore

ท่าอากาศยานอิวะคุนิคินไทเคียว

ท่าอากาศยานดูสะอาดตาแห่งใหม่นี้เปิดบริการเมื่อเดือนธันวาคมปี 2012
เมื่อก้าวเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นอาคารได้ทั้งหลัง รวมถึงโครงสร้างขนาดเล็กที่เข้าใจง่ายและสะดวกในการใช้งาน
ส่วนกลางของอาคาร หรือ ลาน "สวนแสงสว่าง" จะได้รับแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจากภายนอก นอกจากนี้ กำแพงด้านหน้าจุดพักผู้โดยสารใช้กระจกทั้งบาน ทำให้ผู้โดยสารมองเห็นเครื่องบินที่จอดรอบนลาน และเพลิดเพลินไปกับการมองเครื่องบินทะยานสู่อากาศ
ท่านสามารถเฝ้าดูเครื่องบินได้อย่างใกล้ชิดแม้จะอยู่บนบริเวณดูเครื่องบิน! ทำไมไม่ลองถ่ายภาพที่ระลึกโดยมีเครื่องบินเป็นฉากหลังล่ะ
อาคารผู้โดยสารได้รับการออกแบบให้เป็นสากลโดยที่ผู้โดยสารทุกคน คารได้ทั้งหลัง รวมถึงโครงสร้างขนาดเล็กที่เข้าใจง่ายและสะดวกในการใช้งาน
ส่วนกลางของอาคาร หรือ ลาน "สวนแสงสว่าง" จะได้รับแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจากภายนอก นอกจากนี้ กำแพงด้านหน้าจุดพักผู้โดยสารใช้กระจกทั้งบาน
ทำให้ผู้โดยสารมองเห็นเครื่องบินที่จอดรอบนลาน และเพลิดเพลินไปกับการมองเครื่องบินทะยานสู่อากาศท่านสามารถเฝ้าดูเครื่องบินได้อย่างใกล้ชิดแม้จะอยู่บนบริเวณดูเครื่องบิน! ทำไมไม่ลองถ่ายภาพที่ระลึกโดยมีเครื่องบินเป็นฉากหลังล่ะ
อาคารผู้โดยสารได้รับการออกแบบให้เป็นสากลโดยที่ผู้โดยสารทุกคน สามารถใช้ได้อย่างสะดวก

[โดยรถบัสอิวาคุนิ]
ป้ายรถบัสสนามบินอิวาคุนิคินไตเคียว --> ป้ายรถบัสสถานีอิวาคุนิ (ประมาณ 10 นาที)

ป้ายรถบัสสถานีอิวาคุนิ --> ป้ายรถบัสคินไตเคียว (ประมาณ 20 นาที)

สะพานคินไทเคียวmore

สะพานคินไทเคียว

คินไทเคียวถูกสร้างในปี 1673 และเป็นสะพานไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น สะพานนี้เป็นสะพานไม้ที่โครงสร้างโค้งเรียงกันถึงห้าส่วน ถือเป็นภาพที่หาได้ยากแม้นอกญี่ปุ่น เป็นสุดยอดของเทคนิคขั้นสูง และสะพานแห่งนี้อยู่สืบต่อมาแม้จะมีการเปลี่ยนคานสะพาน
มีสถานที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวอีกมากมายในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงอาคารประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทอิวะคุนิ, บ้านโบราณเมคะตะ และประตูนะกะยะมงของครอบครัวคะกะวะ ตลอดจนพิพิธภัณฑ์ศิลปะและประวัติศาสตร์ต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์อิวะคุนิโชโคคัง, พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิวะคุนิ, พิพิธภัณฑ์อิวะคุนิชิโระเฮะบิ (งูขาว)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิพิธภัณฑ์อิวะคุนิชิโระเฮะบิ (งูขาว) เป็นอนุสรณ์สถานด้านธรรมชาติแห่งชาติ และเป็นสถานที่เดียวในโลก ที่ "งูขาวอิวะคุนิ" อาศัยอยู่ ผู้มาเยี่ยมชมสามารถเรียรู้เกี่ยวกับความเป็นอยู่และประวัติศาสตร์ของงูขาวได้จากเกมและแบบจำลอง

  • Kim Dao

    สะพานคินไทเป็นสะพานไม้โค้งที่อิวาคุนิ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2216 ในยุคเอโดะ พื้นน้ำด้านล่างใสสะอาดมากเลยค่ะ มองไปก็จะเห็นคนท้องถิ่นมาจับปลาด้วย หากจะข้ามสะพานก็ต้องเสียค่าผ่านทางเล็กน้อย แต่ก็คุ้มนะคะเพราะรูปทรงของสะพานเป็นเอกลักษณ์จริงๆ

    พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิวาคุนิตั้งอยู่ตรงข้ามสะพานคินไทและเป็นที่จัดแสดงวัฒนธรรมโบราณของญี่ปุ่น เมื่อเดินชมชุดเกราะและดาบประเภทต่างๆ ที่จัดแสดงก็จะทำให้คุณได้เรียนรู้วิถีของชีวิตซามูไร ฉันมาเที่ยวชมที่นี่แล้วรู้สึกสนุกดีค่ะเพราะเจ้าของพิพิธภัณฑ์พาพวกเราชมโดยรอบและอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์อย่างละเอียดยิบด้วยความกระตือรือร้นมากเลยค่ะ

    ร้านอาหารฮิระเซย์ตั้งอยู่ตรงข้ามถนนที่ทอดยาวมาจากสะพานคินไท และวิวจากชั้นสองของร้านก็สุดยอดมาก เห็นสะพานแบบสวยๆ ด้วยล่ะค่ะ ทำให้บรรยากาศดูสงบดีนะคะ มื้อเที่ยงของเราวันนี้เป็นอาหารประจำจังหวัดยามางุจิ ซึ่งจัดจานมาได้น่ารักดีค่ะ อาหารก็เบาๆ ย่อยง่ายแต่ทำให้อิ่มท้องได้เหมือนกันนะคะ

    ยานาอิเป็นเมืองที่ดูสว่างสดใสด้วยกำแพงสีขาว รอบเมืองจะมีโคมรูปปลาทองแขวนอยู่เป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร ซึ่งโคมเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทศกาลอาโอโมริ เนบุตะ
    ในการสาธิตวิธีการประดิษฐ์โคม เขาจะสอนกันทีละขั้นตอนและให้เราได้ใช้หมึกวาดครีบและหางปลา เหมือนได้เขียนคาลิกราฟเลยค่ะ เมื่อทำเสร็จแล้วก็เอากลับบ้านเป็นของที่ระลึกได้ด้วย ทั้งเบาและน่ารัก น่าเอาไปแขวนดูเล่นค่ะ!

    ตอนที่เรามาถึงเจดีย์ห้าชั้นที่วัดรุริโคจิ พระอาทิตย์กำลังตกดินพอดีทำให้เราได้เห็นวิวสวยๆ ของเจดีย์ห้าชั้นแห่งนี้ค่ะ ระหว่างที่เดินไปรอบๆ เราก็พบว่าวัดนี้สงบร่มเย็นและเงียบมากเลยค่ะ แต่ความลึกลับอย่างหนึ่งของที่นี่คือ ถ้าคุณยืนปรบมือบนทางที่นำไปสู่สุสานก็จะได้ยินเสียงสะท้อนด้วยล่ะค่ะ สวนด้านนอกตัววัดได้รับการดูแลรักษาอย่างดีมากและสวยดีค่ะ

  • Oona McGee

    สะพานไม้อันเป็นเอกลักษณ์ในญี่ปุ่นและเป็นหนึ่งใน "สามสะพานชื่อดัง" ของญี่ปุ่น คินไทเคียวเป็นสะพานคนเดินข้ามเก่าแก่ที่สวยงามจนน่าตะลึง คุ้มกับที่เรียกเก็บค่าข้ามสะพานเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ ได้เดินขึ้นๆ ลงๆ ทั้ง 5 โค้งของสะพานก็สนุกดีนะคะ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเราจะได้ซึมซับประวัติศาสตร์โดยจินตนาการว่าจะเป็นเช่นไรในสมัยก่อนที่ซามูไรยังข้ามสะพานนี้กันเพื่อเดินทางไปยังปราสาท

    พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิวาคุนิมีการจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้อันน่าประทับใจที่เกี่ยวข้องกับซามูไรเก็บไว้เป็นคอลเลกชันใหญ่ ทั้งดาบ ชุดเกราะ และอาวุธต่างๆ
    หรือแม้กระทั่งคอลเลกชันหมวกเกราะซามูไรของแท้ ประดับด้วยสิ่งของแปลกตาอย่างเช่นเปลือกหอย ก้ามปู และหูกระต่าย ซึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงลักษณะเฉพาะต่างๆ อย่างเช่นความแข็งแกร่งและความรวดเร็วว่องไวของผู้สวมใส่และผู้ที่ออกสู่สนามรบ

    ร้านฮิระเซย์ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2401 มีเมนูชื่อดังคืออิวาคุนิซูชิ ซูชิ ซึ่งเป็นซูชิอัดก้อนในกล่องไม้ โรยด้วยเครื่องปรุงหลากสีสันอย่างเช่นไข่ซอยเส้นบาง ปลาบดปรุงรส และเห็ดชิอิทาเกะ นี่เป็นของดีขึ้นชื่อรสชาติเยี่ยมประจำท้องถิ่นที่ส่งต่อกันมาในอิวาคุนิจากรุ่นสู่รุ่นค่ะ

    เมืองอันเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตซีอิ๊วแบบดั้งเดิม ตึกสีขาว และหน้าร้านโชว์งานประดิษฐ์ที่น่าสนใจในท้องถิ่น มาบัดนี้ถูกแต่งเติมด้วยโคมไฟรูปปลาทองสีขาวแดงน่ารักๆ นับร้อยดวง ที่นี่มีเวิร์คช็อปความยาว 30 นาทีให้คุณได้มาประดิษฐ์โคมปลาทองด้วยตัวเองเพื่อนำกลับไปเป็นของที่ระลึก กิจกรรมนี้สนุกสนานและทำได้ไม่ยาก สร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้เข้าร่วมได้ทุกวัยค่ะ

    เจดีย์ห้าชั้นที่วัดรุริโคจิแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติ และถือเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ 3 สิ่งของญี่ปุ่นด้วยค่ะ ในวัดสวยๆ แห่งนี้มีอะไรให้คุณได้ชมมากมาย โดยไฮไลท์หนึ่งก็คือทางเดินหินอุกุอิสึบาริ ซึ่งเมื่อคุณปรบมือหรือกระทืบเท้าก็จะมีเสียงสะท้อนที่ฟังคล้าย "เสียงร้อง" ของนกอุกุอิสึ หรือนกกระจ้อยญี่ปุ่น

[โดยรถบัสอิวาคุนิ]
คินไตเคียว --> สถานี JR อิวาคุนิ
(ประมาณ 15 นาที)

[โดยรถไฟชินคันเซ็นสาย JR ซันโย]
สถานีชินอิวาคุนิ --> สถานีชินยามากุจิ(ประมาณ 30 นาที)
  ↓
[โดยรถบัสซูเปอร์ฮากิโก]
สถานีชินยามากุจิ--> ป้ายรถบัสสถานีฮิกาชิฮากิ
(ประมาณ 70 นาที)

ฮางิโนะยาโดะ โทโมเอะ

  • Kim Dao

    เราพักกันที่เรียวกัง (ที่พักสไตล์ญี่ปุ่น) น่ารักๆ ชื่อ ฮางิโนะยาโดะ โทโมเอะ ห้องพักกว้างขวางมากและเห็นวิวสวนญี่ปุ่นแบบส่วนตัวด้วยนะคะ โรงแรมนี้มีออนเซน (บ่อน้ำพุร้อน) ให้แช่สบายๆ กันด้วยค่ะ
    ส่วนอาหารเย็น เราได้ทานอาหารญี่ปุ่นชั้นเยี่ยมซึ่งอร่อยมากค่ะ ทุกจานมีความน่าทึ่งทั้งในแง่ของรสชาติและเนื้อสัมผัสที่คลุกเคล้าเข้ากันอย่างดี

    เมื่อเรามาถึงโรงแรม พนักงานก็เข้ามาทักทาย พาไปนั่งพักและเสิร์ฟเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นระหว่างเช็คอิน และระหว่างที่เราไปทานอาหารเย็นกันอยู่นั้น พนักงานโรงแรมก็ไปเตรียมฟูกที่นอนไว้ให้พร้อมนอนพักได้ทันทีเมื่อเรากลับมาที่ห้องของตัวเอง พนักงานทำงานกันได้ดีมากเลยค่ะจนเรารู้สึกว่าได้รับการต้อนรับอย่างดีมากจริงๆ

  • Oona McGee

    อาหารเย็นวันนี้เราทานกันในห้องทานอาหารส่วนตัว โดยพนักงานใส่ชุดกิโมโนนำอาหารจานต่างๆ ที่ทำขึ้นด้วยความประณีตสไตล์ไคเซกิมาเสิร์ฟกันตรงหน้าเลยทีเดียวค่ะ แต่ละคอร์สมีการจัดจานอย่างสวยงามโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงตามฤดูกาล เช่นมันเทศภูเขาญี่ปุ่นและเห็นมัตสึทาเกะ อาหารอร่อยไร้ที่ติทุกจานเลยค่ะ

    ห้องพักกว้างขวาง ให้อารมณ์แบบดั้งเดิม และมองออกไปเห็นวิวสวนญี่ปุ่นตรงกลางอีกด้วย โดยคุณสามารถเลือกได้ว่าจะอาบน้ำในห้องพักของตัวเองหรือในออนเซนรวม และก่อนเช็คเอาท์ คุณจะได้ทานอาหารเช้าสไตล์เบนโตะที่อร่อยและสวยที่สุด แถมยังให้เยอะจนทำให้คุณอิ่มไปถึงกลางวันได้เลยค่ะ

วันที่สาม

ฮางิโนะยาโดะ โทโมเอะ

[โดยรถบัสฮากิจุนคังมาอารุ]
กันจิมะชิโรซากานะโดริ --> ฮากิชิยาคุโช
(ประมาณ 30 นาที)

เมืองปราสาทฮากิและฮากิเมรินกะคุฉะ (อาคารเรียนสมัยโบราณ)more

เมืองปราสาทฮากิและฮากิเมรินกะคุฉะ (อาคารเรียนสมัยโบราณ)

เมืองฮากิเคยรุ่งเรืองในฐานะเมืองแห่งปราสาทหลังจากที่โมริ เทรุโมโตะสร้างปราสาทฮากิขึ้นในปีค.ศ.1604 และยังเป็นหนึ่งในเมืองซึ่งมีประวัติเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย บ้านซามูไรอันน่าประทับใจ ผลส้มฤดูร้อนลอดผ่านกำแพงดินเผา และกำแพงลวดลายนามาโกะนั้นจะทำให้คุณหวนนึกถึงท้องถนนอันมีเอกลักษณ์ในสมัยเอโดะ
เมรินกะคุฉะถูกสร้างขึ้นบนอาคารเก่าของโรงเรียนประจำแคว้นเมรินคังซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาและการฝึกฝนในแคว้นฮากิ และอดีตโรงเรียนประถมเมริน รวมไปถึงอาคารหลักที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทจับต้องได้ ซึ่งที่นี่เป็นอาคารโรงเรียนไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งได้รับการบูรณะให้เป็นศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว

  • Kim Dao

    บรรยากาศที่วัดโทโคจิให้ความรู้สึกเงียบสงบและทิวทัศน์ก็สวยงามมากค่ะ เมื่อเดินไปด้านหลังวัด คุณจะเห็นโคมประมาณ 500 อันแขวนเรียงกันอยู่ ซึ่งโคมเหล่านี้จะถูกจุดไฟในวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปี หากคุณได้ทราบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เบื้องหลังโคมไฟเหล่านี้ คุณจะรู้สึกประทับใจที่ได้รู้ว่าคนญี่ปุ่นชื่นชมนับถือผู้ครองเมืองมากแค่ไหนค่ะ

    เมื่อเรามาถึงปราสาทฮางิ เราก็ได้นั่งรถลากเที่ยวชม และก็ได้เห็นบ้านของซามูไรระดับกลางด้วยค่ะซึ่งก็ดูโอ่อ่ามากทีเดียว

    บ้านหลังที่เราไปเยี่ยมชมเป็นของตระกูลคิคุยะ เห็นว่าเป็นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองของญี่ปุ่นด้วยนะคะ
    เราได้เข้าไปชมห้องพักสำหรับแขกและได้ชมวิวสวนญี่ปุ่นสวยๆ ด้วยค่ะ บรรยากาศเงียบสงบมากเลยค่ะ แค่มองวิวก็ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย

    ตึกโรงเรียนฮางิ เมย์ริน กาคุฉะถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับนักเรียนฐานะดีในสมัยที่ยังมีเจ้าเมืองและขุนนางศักดินาในบริเวณนี้ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพื้นที่มรดกโลกแล้วค่ะ เราได้เดินทัวร์ชมตึกเรียนที่เหล่านักเรียนเคยใช้เรียนกันมาก่อนด้วยค่ะ แค่ได้เดินชมและได้เห็นว่าแต่ก่อนทำการเรียนการสอนกันอย่างไรบ้างก็รู้สึกน่าสนใจแล้วค่ะ

    เราไปกันที่ร้านเซนซาคิคิทเช่น ที่ร้านนี้ให้เราเลือกได้ว่าต้องการซื้อวัตถุดิบอะไรไปทานบ้าง ในร้านจะมีพื้นที่ปิ้งย่างให้คุณได้นั่งย่างวัตถุดิบที่ซื้อมาทั้งหมดพร้อมชมวิวมหาสมุทรไปพลางๆ เราตัดสินใจซื้อผักและเนื้อมาย่างบาร์บีคิวด้วยตนเอง ได้ใช้เวลากับคนอื่นๆ แบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกันนะคะ วิวก็สวยดีด้วยค่ะ

    ศาลเจ้าโมโตะโนะสึมิเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในยามางุจิเลยค่ะ ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลในจุดที่ยอดเยี่ยมมากๆ ที่นี่มีเสาประตูศาลเจ้าถึง 123 เสาตั้งเรียงกันเป็นแถว ดูน่าทึ่งมากค่ะ สิ่งที่พิเศษเกี่ยวกับศาลเจ้าแห่งนี้ก็คือตรงเหนือประตูจะมีกล่องอยู่ใบหนึ่งให้คุณลองโยนเหรียญขึ้นไปให้ลงกล่อง ที่นี่เป็นหนึ่งในที่ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นเท่าที่ฉันเคยไปมาเลยค่ะ

  • Oona McGee

    วัดโทโคจิสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2234 โดยตระกูลโมริ และเป็นที่เก็บรักษาสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นหลายรายการเลยค่ะ สไตล์ของตึกหลักจะได้รับอิทธิพลมาจากจีน และด้านหลังตึกหลัก ลึกเข้าไปในป่า จะเป็นสุสานของตระกูลโมริซึ่งเป็นที่ฝังศพของขุนนางตระกูลโมริในลำดับเลขคี่ (ตั้งแต่รุ่นที่ 3 ถึงรุ่นที่ 11) และภรรยา เสาหินโทริอิและโคมหินกว่า 500 ดวงทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เกิดทัศนียภาพที่ดูมีเสน่ห์ลี้ลับน่าค้นหา

    การเดินหรือนั่งรถลากชมรอบเมืองปราสาทฮางิทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนอดีตเลยค่ะ เมืองนี้ยังคงสภาพเหมือนเดิมที่เคยเป็นในปีเก่าก่อน ทั้งบ้านซามูไรและบ้านพ่อค้า กำแพงสีขาวตั้งแต่ยุคขุนนางยังตั้งเรียงรายสองข้างทางถนนอันเงียบสงบ น่าอัศจรรย์มากเลยค่ะที่ได้เห็นตัวบ้านและบริเวณโดยรอบบ้านคิคุยะยังได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างสวยงามแม้จะผ่านเวลามาแล้วหลายร้อยปีก็ตาม

    อาคารเรียนแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2478 และเป็นโรงเรียนประถมศึกษาที่สร้างขึ้นบนที่ตั้งของอาคารเรียนเก่าซึ่งก่อตั้งขึ้นสำหรับบุตรชายของซามูไรในท้องถิ่น การได้เดินไปตามระเบียงไม้กว้างที่ทอดยาวและเข้าไปในห้องเรียนเก่าที่ตอนนี้จัดแสดงอุปกรณ์เก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมากเลยค่ะ

    เซนซาคิทเช่นเป็นร้านที่ดีมากค่ะถ้าคุณอยากลองทานอาหารอร่อยๆ ในนากาโตะ ลูกค้าที่ซื้อวัตถุดิบจากทางร้านสามารถใช้บริการพื้นที่ย่างบาร์บีคิวเพื่อทำอาหารเองก็ได้ เพราะที่นี่มีอุปกรณ์การทำครัว มีด จาน แก้ว น้ำ และเครื่องปรุงต่างๆ ให้พร้อมสรรพ ให้คุณได้สนุกไปกับการทำอาหารอร่อยๆ ในบรรยากาศริมทะเลสวยๆ อย่างนี้ค่ะ

    ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่เป็นที่นิยมอย่างมาก โดยมักถูกกล่าวถึงในคู่มือนำเที่ยวว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น เส้นทางเสาโทริอิอันน่าทึ่งรายเรียงยาวไปสู่ทะเลก่อให้เกิดภาพทิวทัศน์ที่สวยงาม และตรงเสาประตูเดี่ยวที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นต้นเดียวนั้นจะมีกล่องรับบริจาคติดไว้เกือบด้านบนสุดของเสาซึ่งสูงประมาณ 6 เมตรเลยทีเดียวค่ะ

[โดยรถไฟ JR สายหลักซันอิน]
สถานีทามาเอะ --> สถานีคตโตอิ
(ประมาณ 70 นาที)

[โดยรถบัสประจำทางสึโนชิมะ]
สถานี JR คตโตอิ --> โฮเต็ลนิชินากาโตะรีสอร์ตอิริกุจิ
(ประมาณ 15 นาที)

ทสึโนะชิมะโอฮาชิmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

ทสึโนะชิมะโอฮาชิ

ทสึโนะชิมะโอฮาชิเป็นสะพานที่ทอดยาวไปยัง"อะมะกะเสะ"ทะเลสีฟ้าโคบอลท์ นักท่องเที่ยวมากมายหลงมนเสน่ห์แห่งวิวที่งดงามนั้น ตั้งแต่เปิดใช้เมื่อปีค.ศ.2000ที่นี่ได้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ โฆษณา และรายการโทรทัศน์มากมาย ในฐานะที่เป็นสะพานทางข้ามเชื่อมไปยังเกาะแบบฟรีก็ยังมีความยาวถึง1780เมตร

  • Kim Dao

    สึโนะชิมะ โอฮาชิเป็นสะพานที่ยาวที่สุดเป็นอันดับสองของญี่ปุ่น โดยสะพานแห่งนี้จะเชื่อมเกาะหลักเข้ากับเกาะย่อยอีกเกาะหนึ่ง และมีชื่อเสียงในด้านวิวอันน่าประทับใจ

    เราไปกันที่นางิสะโนะโคบัง องค์กรไม่แสวงหากำไรที่คอยทำความสะอาดชายหาดต่างๆ อยู่เสมอ และเราก็ได้พบกับกิจกรรมมากมายใกล้ๆ สะพานด้วยค่ะ
    เราไปปั่นจักรยานลอยน้ำกันพร้อมๆ กับเฝ้าดูยามสนธยาแสนสวยค่อยๆ มืดลงตามลำดับ ถ้าใครจะมาเที่ยวญี่ปุ่น ฉันขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้มาทำกิจกรรมนี้กันนะคะ เป็นกิจกรรมที่ไม่เหมือนใครและฉันก็ไม่เคยทำที่ไหนมาก่อนจริงๆ แล้วก็สนุกมากๆ เลยค่ะ!

  • Oona McGee

    ถนนเส้นตรงทอดยาวบนสะพานสึโนะชิมะดูเป็นภาพที่สวยงาม สะพานนี้ แค่ขับรถหรือขี่จักรยานขึ้นก็สนุกแล้ว แต่ถ้าได้ลองขี่ใต้สะพานก็สนุกไม่แพ้กันนะคะ การปั่นจักรยานลอยน้ำเป็นหนึ่งในกิจกรรมกีฬาทางน้ำที่ให้บริการโดยบริษัทท้องถิ่นชื่อไคโคฉะ และทางบริษัทจะใช้โดรนถ่ายวิดีโอคุณระหว่างทำกิจกรรมเพื่อมอบให้คุณนำกลับไปเป็นที่ระลึกด้วยนะคะ

[โดยรถบัสประจำทางสึโนชิมะ]
โฮเต็ลนิชินากาโตะรีสอร์ตอิริกุจิ --> สถานี JR คตโตอิ
(ประมาณ 15 นาที)

[โดยรถไฟ JR สายหลักซันอิน]
สถานีคตโตอิ --> สถานีนากาโตชิ
(เปลี่ยนขบวนไปรถไฟ JR สายมิเนะ)
[โดยรถไฟ JR สายมิเนะ]
สถานีนากาโตชิ --> สถานีนากาโตะยุโมโตะ
(ประมาณ 60 นาที)

โอทานิ ซันโซ

  • Kim Dao

    เราทานอาหารเย็นกันที่ห้องอาหารในโรงแรมซึ่งจะเป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นแบบเป็นคอร์ส หนึ่งในอาหารที่เราได้ทานกันมีฟุกุ (ปลาปักเป้า) ด้วยนะคะ! เช้าวันต่อมา ฉันลงมาทานอาหารเช้าซึ่งเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นและอาหารฝรั่ง บุฟเฟ่ต์ที่ให้บริการนี่อร่อยมากเลยค่ะ มีอาหารให้เลือกหลากหลายมาก!

    เราจองห้องสวีทของโรงแรมโอทานิ ซันโซในนากาโตะ ซึ่งที่นี่มีโรเทมบุโระ (บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง) ในโรงแรมด้วยค่ะ ตอนเช้าๆ มองออกไปจะเห็นวิวภูเขาสวยมากๆ เลยค่ะ ห้องพักก็กว้างมากและเห็นวิวสวยๆ ด้านนอกด้วย

  • Oona McGee

    อาหารเลิศรสที่เสิร์ฟบนจานใบสวยที่สุด เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าจัดเตรียมด้วยความใส่ใจพร้อมใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สื่อถึงฤดูกาลด้วย นี่เป็นประสบการณ์การทานไคเซกิที่ไม่อาจลืมได้เลยค่ะ

    โอทานิ ซันโซเป็นหนึ่งในโรงแรมที่หรูหราที่สุดในญี่ปุ่น เคยรองรับแขกสำคัญมาแล้วหลายราย เช่น อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นและ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย พนักงานโรงแรมสุภาพเรียบร้อยและคอยให้การดูแลเป็นอย่างดี ห้องพักที่เราพักก็กว้างขวางและหรูหราอย่างเหลือเชื่อ และยังมีบ่อออนเซนส่วนตัวในห้องอีกด้วย บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าก็มีอาหารอร่อยๆ ให้เลือกอย่างหลากหลายทั้งแบบร้อนและเย็นค่ะ

วันที่สี่

โอทานิ ซันโซ

  • Kim Dao

    อากิโยชิโดเป็นถ้ำหินปูนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและยาวที่สุดในญี่ปุ่น ปากทางเข้าถ้ำจะอยู่ที่อากิโยชิได ส่วนตัวถ้ำมีความยาว 9 กม. แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียง 1 กม. เท่านั้น ภายในถ้ำมีจุดต่างๆ มากมายเช่นบ่อน้ำหินปูนและน้ำตก ซึ่งในแต่ละจุดของถ้ำจะมีป้ายนำทางเป็นภาษาต่างๆ หลายภาษา

  • Oona McGee

    การก่อตัวของหินตามธรรมชาติภายในถ้ำอากิโยชิโดเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากๆ และในนั้นยังมีคำอธิบายไว้ให้ผู้มาเยือนได้อ่านในหลายภาษาอีกด้วยค่ะ ที่ราบสูงอากิโยชิไดและถ้ำอากิโยชิโดจะทำให้คุณต้องตกตะลึงกับพลังและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติค่ะ

[โดยรถไฟ JR สายมิเนะ]
สถานีนากาโตะยุโมโตะ --> สถานีอาสะ
(เปลี่ยนขบวนไปรถไฟ JR สายหลักซันโย)
[โดยรถไฟ JR สายหลักซันโย]
สถานีอาสะ --> สถานีชิโมโนเซกิ
(ประมาณ 100 เยน)

[โดยรถบัสประจำทาง]
สถานีชิโมโนเซกิ --> รถบัสคาราโตะ
(ประมาณ 6 นาที)

ตลาดคะระโตะmore

ตลาดคะระโตะ

เปรียบเสมือนห้องครัวของประชาชนที่รวมของทะเลสดที่ไม่ว่าใครก็สามารถมาจับจ่ายได้ ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนขัตฤกษ์ตลาดชั้น1จะเปลี่ยนโฉมกลายเป็นร้านแผงลองอาหารทะเลที่เรียกว่า"อิคิอิคิบะคังไก" ท่านจะได้ลิ้มลองซูชิสดใหม่ ฟุกุจิรุ(ซุปปลาปักเป้า) ฟุกุซะชิ(ซาชิมิปลาปักเป้า) ตลาดจะคึกคักไปด้วยลูกค้าทั้งคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติ

  • Kim Dao

    ตลาดคาโรโตะเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตที่ควรแวะไปค่ะ ในตลาดนี้มีร้านขายซูชิอยู่หลายร้าน คุณจึงสามารถซื้อแล้วเดินออกนอกพื้นที่ตลาดเพื่อไปนั่งทานพร้อมชมวิวมหาสมุทรได้ด้วย ซึ่งก็ดีนะคะเพราะมีซูชิหลากหลายรูปแบบให้คุณเลือกซื้อได้ตามที่ต้องการ และราคาก็เหมาะสมอีกด้วยค่ะ

    บ้านโชฟุ โมริเทย์เคยเป็นบ้านที่อยู่ของโชฟุ โมริ และเป็นบ้านหลังใหญ่มีห้องมากมาย และยังมีสวนญี่ปุ่นหลายจุดในบริเวณบ้านซึ่งก็จัดได้สวยมากเลยค่ะ เรามาที่นี่กันเพื่อลองใส่ชุดโบราณค่ะ และเราก็ได้เลือกใส่ชุด "นางสนม" พนักงานน่ารักเป็นมิตรมากเลยค่ะ ช่วยแต่งตัวพวกเราให้ออกมาสวยที่สุด เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วก็ออกมาเดินเล่นที่สวนญี่ปุ่นด้านนอกเพื่อถ่ายรูปและชมวิวก็ได้นะคะ

  • Oona McGee

    ตลาดปลาที่จอแจแห่งนี้เต็มไปด้วยพลังและความน่าตื่นเต้น ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างก็ออกันอยู่รอบแผงขายอาหารเพื่อเลือกซูชิหน้าที่ตนชื่นชอบ จากนั้นจึงยกจานออกไปนั่งทานซูชิหน้าปลาสดใหม่ริมทะเล วิวที่นี่สวยมากค่ะ เพราะตลาดปลาแห่งนี้ก็ตั้งอยู่ข้างๆ ช่องแคบคัมมงที่เป็นเส้นแบ่งแผ่นดินใหญ่กับเกาะใต้ของเกาะคิวชู

    โชฟุ โมริเทย์มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี ซึ่งบ้านพักกับสวนโบราณแห่งนี้ยังได้รับการดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพดีและคงความสวยงามอยู่เสมอ เมื่อคุณมาถึงที่นี่ พนักงานจะช่วยคุณใส่ชุดกิโมโน (ช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนเท่านั้น) โดยผูกผ้าตามชั้นต่างๆ รอบตัวคุณอย่างรวดเร็วตามแบบชุดทางการที่ชนชั้นสูงในสังคมสมัยเฮย์อันใส่กัน (ปี พ.ศ. 1337-1728) นี่เป็นประสบการณ์ที่ดีมากค่ะที่ได้ใส่ชุดโบราณและได้ชื่นชมทัศนียภาพแบบโบราณไปพร้อมกัน

[โดยรถบัสด่วน]
ป้ายรถบัสคาราโตะ --> สนามบินยามากุจิอุเบะ
(ประมาณ 80 นาที)

ท่าอากาศยานยะมะกุชิอุเบะmore

ท่าอากาศยานยะมะกุชิอุเบะ

ท่าอากาศยานยะมะกุชิอุเบะเป็นท่าอากาศยานบริเวณชายฝั่งที่มีอัตราการใช้บริการสูงและอยู่ใกล้กับเมือง งดงามไปด้วยสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่เขียวขจีและบรรยกาศสงบของทะเลในเซโตะ
ท่าอากาศยานเอาใจใส่ในสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ และมี "สวนฟุเระอะอิ" ที่มอบความสงบสุขและความอบอุ่นแก่ผู้คน
กุหลาบกว่า 900 ต้น (140 พันธุ์) ปลูกอยู่ในท่าอากาศยาน
ล็อบบี้ผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ 2F มีร้านค้าเรียงรายจำหน่ายของที่ระลึกต่างๆ ที่เป็นตัวแทนของจังหวัดยะมะกุชิ เช่น ของหวาน, ลูกชิ้นปลาคามะโบโกะ, ปลาปักเป้า และสาเกหมักท้องถิ่น
เมนูอาหารของร้านอาหารต่างๆ ที่อยู่ชั้นสองเกี่ยวข้องกับดอกกุหลาบ แล้วทำไมไม่ลองไปผ่อนคลายที่ล็อบบี้ 2F หลังจากเดินเล่นรอบสวนล่ะ

ANA (ANA Expericence JAPAN Fare) ดูรายละเอียด

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

  • Kim Dao

    ทุกสถานที่ที่เราได้ไปเยี่ยมชมเป็นที่ที่สนุกสนานและมีเอกลักษณ์มากเลยค่ะ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถเห็นหรือทำได้เลยถ้าไม่ใช่ในจังหวัดยามางุจิ อาหารที่เสิร์ฟในทริปนี้ก็อร่อยมากๆ โรงแรมที่ได้พักก็ยอดเยี่ยมมากเช่นกันค่ะ ฉันว่าดีนะคะที่ได้เห็นชีวิตวุ่นวายในโตเกียวแล้วก็มาเห็นอะไรที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอย่างเช่นจังหวัดยามางุจิที่แสนสงบ ฉันขอแนะนำให้เพื่อนๆ นักเดินทางคนอื่นๆ มาเที่ยวทริปนี้เลยค่ะ

  • Oona McGee

    การเที่ยวชมรอบกรุงโตเกียวเป็นเรื่องที่สนุกเสมอค่ะ แต่การได้แวะไปเที่ยวยามางุจิถือเป็นการเปิดหูเปิดตาให้ได้เห็นอีกด้านหนึ่งที่ไม่ธรรมดาของญี่ปุ่นค่ะ การได้เที่ยวด้วยจังหวะแบบสบายๆ ไม่ต้องเร่งร้อน สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตา และได้พบกับคนท้องถิ่นที่ใจดีเป็นมิตร ทำให้ทริปนี้เต็มไปด้วยความทรงจำที่ฉันจะจดจำตลอดไปค่ะ

เสียงจากนักท่องเที่ยว

เวลาที่ฉันมาเที่ยวญี่ปุ่น ฉันชอบไปช้อปปิ้ง เที่ยวชมทั่วเมือง และดูเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ ค่ะ และก็ชอบไปเที่ยวเมืองหรือจังหวัดที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ที่นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยคุ้นเคยกันเท่าไรนัก เมืองยามางุจิมีเสน่ห์อะไรบางอย่างที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และยามางุจิจะทำให้นักท่องเที่ยวทั่วๆ ไปได้รับรู้ถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นอย่างแน่นอนค่ะ

Kim Dao
ยูทูบเบอร์
ที่อยู่อาศัย:ประเทศออสเตรเลีย
  • งานอดิเรก

    การท่องเที่ยว ถ่ายภาพ แฟชัน ความงาม เทรนด์ญี่ปุ่น

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    เคยมาภูมิภาคโทโฮคุ คันไซ คิวชู และอื่นๆ มากกว่า 20 ครั้ง

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ทัวร์นี้จะพาไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวิวพาโนรามาอันล้ำเลิศ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และช่างภาพ

Oona McGee
นักเขียนข่าวบนเว็บไซต์
ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
สถานที่เกิด:ประเทศออสเตรเลีย
  • งานอดิเรก

    การท่องเที่ยว การถ่ายภาพ ไทโกะ คิวโด

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นมา 10 ปี

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การเดินทางที่แนะนำ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

Back to Top

COPYRIGHT © CHUGOKU+SHIKOKU × TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.